Jirew's Weblog

> ว่าด้วยเรื่องท้องๆ: 31-41 สัปดาห์ คลอดแล้วจ้า

Posted in จิ๋วเจ๊าะแจ๊ะ by jirew on กันยายน 18, 2010

รวบรัดตัดตอนเลยคราวนี้เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาขี้เกียจเข้ามาเขียนบล๊อคมากๆ หุหุ ท้องใหญ่มากๆ ด้วยล่ะ แต่ ณ วันนี้ที่กลับมาเขียน blog อีกทีเราได้คลอดหนูน้อยเอลีซแล้ว และตอนนี้เอลีซก็ 3 เดือนกว่าๆ แล้ว ในระหว่างสัปดาห์ที่ 31 – 41 นั้นเราผ่านอะไรเยอะแยะมากๆ เลย

ช่วงสัปดาห์ที่ 31 ไปตรวจกับหมอเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ว่าฮอร์โมนต่ำจริงๆ หรือเปล่า สรุปก็คือต่ำจริง แต่ไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่เราต้องกินฮอร์โมนเสริมทุกวันไปจนถึงวันคลอดเลย และต้องกินอาหารที่มีไอโอดีนเยอะๆ ด้วย

ช่วงสัปดาห์ที่ 34 ก็มีอาการเลือดตกต้องไปหาหมอ หมอคีบเอาก้อนเลือดออกมาก้อนใหญ่มากๆ แฟนเราบอกว่าทำเอาเขาไม่อยากกินแยมเลยล่ะ หมอตรวจแล้วบอกว่าลูกไม่มีปัญหาอะไร มันเป็นอาการท้องแข็งเริ่มต้นเท่านั้นเอง 1 ใน 10 ของผู้หญิงตั้งครรภ์จะเป็นกัน หลังจากนั้นหมอก็ให้ยามากินเพียบเลย ซึ่งเป็นพวกฮอร์โมนบำรุงมดลูก ยาลดความเครียด และอื่นๆ

ช่วงสัปดาห์ที่ 36 เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เรามีอาการเจ็บเตือนถึง 3 ครั้งเจ็บมากๆ เจ็บครั้งแรกตอน 4 ทุ่ม ตอนนั้นกำลังจะไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแต่รู้สึกปวดท้องเหมือนจะอึ เราก็ไม่นั่งอึ สักพักก็ปวดท้องมากๆ อาบน้ำก็ปวดๆ ปวดแบบไม่เคยปวดมาก่อนเราก็เอะนี่ล่ะมั้งเจ็บเตือน ถ้าเจ็บทุกๆ 5 นาทีเป็นเวลา 1 ชั่วโมงค่อยไปหาหมอ แต่สักพักก็หาย เจ็บครั้งที่ 2 ตอนเที่ยงคืน ครั้งที่ 3 ตอนตี 2 ซึ่งตอนที่เราเจ็บในแต่ละครั้งนะตัวร้อนยังกะไฟเลยล่ะและท้องจะแข็งมากๆ เลย ปวดหลังมากๆ ด้วย

สัปดาห์ที่ 37 หลังจากสัปดาห์นี้ไปเราต้องไปหาหมอทุกสัปดาห์ล่ะ เพื่อนตรวจว่าปากมดลูกเปิดหรือยัง มีอาการใกล้คลอดบ้างหรือยัง และสัปดาห์นี้เราต้องเลิกกินฮอร์โมนบำรุงมดลูก และเราน้ำหนักขึ้นตั้ง 16 กิโลแน่ะ

สัปดาห์ที่ 38 ไปตรวจก็ไม่มีความเคลื่อนไหว ปากมดลูกไม่เปิด ท้องไม่แข็ง คุณพยาบาลฯ บอกว่าอายุครรภ์เท่านี้จริงๆ ต้องเปิดแล้วอยากน้อยก็เซ็นนึง แต่ปากหมดลูกเราไม่เปิดเลย เขาก็เลยให้ยามากินเพื่อทำให้ปากมดลูกอ่อน

ช่วงสัปดาห์ที่ 39 มีสัญญาณหลอกต้องไปโรงพยาบาลกัน แต่สรุปไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย 555 เข้าใจผิดกันไปเอง

ช่วงสัปดาห์ที่ 40 ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครบกำหนดวันที่ต้องไปหาหมอ หมอตรวจดูปากมดลูกก็ยังไม่เปิด ซาวด์ดูก็ปกติดีลูกก็แข็งแรงดี เขาบอกอีก 10 วันถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาจะจัดการขั้นเด็ดขาด 555

1 วันก่อนครบ 41 สัปดาห์มีนัดกับคุณหมอเพื่อตรวจดูมดลูก ปากมดลูกไม่เปิด ท้องไม่แข็ง คุณหมอก็เลยนัดให้พรุ่งนี้แต่เช้าตรู่ไปที่รพ. เพื่อไปทำการทดสอบโดยการฉีดยาให้เกิดอาการท้องแข็ง เพื่อดูปฎิกิริยาของลูกว่าเป็นยังงัย ซึ่งคนที่เลยกำหนดคลอดแล้วยังไม่คลอดเขาจะทำการทดสอบนี้ให้

สัปดาห์ที่ 41 หลังจากที่เลยกำหนดคลอดมาแล้วหนึ่งสัปดาห์พอดีเป๊ะๆ วันที่ 5 เวลาประมาณตีหนึ่งยี่สิบเรารู้สึกปวดท้องแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ไม่ปวดมาก ก็เลยบอกลูโด้ว่าฉันรู้สึกปวดท้องอะ แต่เดี๋ยวเรามาเช็คกันว่าปวดทุกๆ 5 นาทีมั้ย และคอยไปสักหนึ่งชั่วโมงถ้ายังเจ็บอยู่ค่อยไปโรงพยาบาล และแล้วเวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แต่ว่าเรายังใจเย็นอยู่ ก็เลยบอกลูโด้รอดูอีกสัก 20-30 นาทีดีมั้ย แต่รอได้ประมาณ 10 นาทีเราก็บอกลูโด้ว่าไปแต่งตัวไปโรงพยาบาลกันเถอะ 

ออกจากบ้านประมาณตี 2 ครึ่งถึงโรงพยาบาลประมาณตี 3 นิดๆ เราก็ขึ้นไปชั้นเด็กอ่อนเลย (เรียกงี้ป่าว) คุณพยาบาลก็ให้เข้าห้อง Monitor เพื่อเช็คการบีบตัวของมดลูก และพยาบาลก็เช็คปากมดลูกว่าเปิดมั้ย สรุปก็ยังไม่เปิดเลย แต่เราก็นอน Monitoring ต่อสักพักประมาณครึ่งชั่วโมงได้ก็มีบุรุษพยาบาลเอาเมนูอาหารมาให้เลือก ลูโด้ก็บอกว่าเธอจะได้คลอดวันนี้แล้วล่ะ ระหว่างที่เลือกเมนูอาหารอยู่พยาบาลก็เอาเสื้อมาให้เปลี่ยนเป็นชุดคลอดของ รพ. พร้อมให้ใส่ผ้าอนามัยแผ่นอย่างใหญ่ ประมาณเกือบตี 4 เขาก็ย้ายเราไปห้องพักเพื่อรอคลอด พร้อมกับให้เรากินยาสำหรับทำให้ปากมดลูกอ่อนให้กิน 10 เม็ดทุกๆ 1 ชั่วโมง และอีกขวดเป็นสีเขียวซึ่งเป็นยาลักษณะเดียวกันแต่สำหรับอะไรไม่รู้ เขาให้กัน 5 เม็ดทุกๆ 15 นาที ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของลูโด้ที่ต้องคอยเอายาให้เรากินตรงตามที่เขาบอก ลูโด้ไม่ได้นอนเลยทีเดียวเพราะทุกๆ 15 นาทีต้องเอายาให้เรากิน

เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้มั้งเรารู้สึกเจ็บมากๆ มดลูกบีบตัวแรงมากๆ จนทนไม่ไหว เราก็เลยให้ลูโด้เรียกพยาบาล พอพยาบาลมาเท่านั้นล่ะเข็ญเราไปห้องคลอดเลย สักพักหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบล๊อคหลังก็มาฉีดยาเข้าที่หลังของเรา (ไม่รู้เรียกงี้ป่าวนะ) เจ็บมากๆ เขาบอกห้ามขยับเลยนะ เจ็บแค่ไหนก็ให้นิ่งๆ ไว้ ตอนเราโดนบล๊อคหลังเวลาประมาณ 6 โมงได้ สักพักนานเท่าไหร่ไม่รู้ขาเริ่มชา แต่ขาซ้ายจะชามากกว่าขาขวา

พยาบาลเปลี่ยนเวร เขาพาพยาบาลคนใหม่มาแนะนำให้เรารู้จัก พยาบาลคนใหม่มาถึงก็มาเช็คปากมดลูกว่าเปิดยัง ปรากฎว่าเปิดแล้วนิดหน่อย แล้วก็หายไป สักพักมาอีกพร้อมพยาบาลฝึกงานทีนี้ทั้งสองคนเช็คปากมดลูกเราอีกตอนนั้นรู้สึกว่าพึ่งเปิดแค่ 3 ซม. เอง และประมาณเที่ยงก็มีมาเช็คอีกตอนนี้เปิดประมาณ 5 ซม. แล้ว รู้สึกว่าช่วงนี้ล่ะที่ถุงน้ำคร่ำเราแตก แต่แตกกี่โมงก็ไม่ได้เช็คอีกนั่นแหละเพราะเราก็อยากจะหลับเหลือเกิน แต่ก็ต้องกินยาทุกๆ 15 นาที

พยาบาลเปลี่ยนเวรอีกแล้ว เราจำเวลาไม่ได้แน่นอนเพราะไม่ได้เช็คเวลาเลย ประมาณเที่ยงกว่าๆ มั้ง เขาพาพยาบาลใหม่มาแนะนำแล้วก็จากไป และช่วงนี้ล่ะที่ยาที่เขาบล็อคหลังเราหมดฤทธิ์ เราทรมานสุดๆ บอกลูโด้ให้ไปเรียกพยาบาลมาเพิ่มยาให้หน่อย ลูโด้ก็ไม่ไป บอกเกรงใจพยาบาลนาทีนั้นโมโหลูโด้มากๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็ทนๆ มานั่งนึกทีหลังน่าจะวีนๆ ลูโด้บ้างเพราะเขาคงเข้าใจว่าเราปวดมาก 555 แต่เราเจ็บจนร้องไห้เลยล่ะ พอลูโด้เห็นเราร้องไห้ก็เลยไปตามพยาบาลมา เขาก็เพิ่มยาให้นิดหน่อยเองนะ เห็นบอกว่าเพิ่มได้เท่านี้ล่ะ 

แล้วพยาบาลคนใหม่มาเขาก็เช็คปากมดลูกเราอีก เช็คๆๆ อยู่หลายครั้งเหมือนกัน และยาเราก็หมดฤทธิ์อีก ให้ลูโด้ไปเรียกพยาบาลมาเพิ่มยาอีก แต่รู้สึกว่าไม่มีพยาบาลเลย เพราะเขาไปทำคลอดกันหมด ระหว่างที่นอนรออยู่ (เจ็บมากๆ ด้วย) เราได้ยินเสียงห้องข้างๆ คลอดเขาร้องๆ และได้ยินเสียงตอนแค๊กกกกด้วยล่ะ แล้วก็ตามด้วยเสียงเด็กร้อง เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับเขาด้วย เราขอให้ลูโด้เดินไปแอบดูเขาด่ากลับเลยว่าบ้าเหรอ 555 เราเจ็บมากๆ เลยล่ะแต่ก็ยังอยากรู้อยากเห็น ช่วงเวลานั้นนะรู้สึกเหมือนว่าทำไมเวลามันผ่านไปช้าๆ

หลังจากห้องนั้นคลอดเสร็จ พยาบาลก็มาห้องเรา ลูโด้ก็บอกเขาว่ายาเราหมดฤทธิ์อีกแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวมีอะไรพิเศษมาให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร หลอกเราอะ คือจริงๆ เขาเพิ่มยามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ทีนี้เขาก็มาทำคลอดให้เรา ทั้งพยาบาลทั้งพยาบาลฝึกหัดเปลี่ยนกันทำงาน เรารู้สึกเหมือนเขาฝึกเรามากกว่าแต่ลูโด้บอกถ้าเราคลอดได้เขาก็ทำคลอดเลยไม่ต้องรอหมอ แต่ถ้าไม่ได้เดี๋ยวหมอจะมาทำคลอดเอง 

เวลาจะเบ่งเขาจะคอยให้มี Contraction ก่อน พอ contraction มา พยาบาลเขาให้เราสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยายามเบ่งเหมือนจะอึ ตอนเราเบ่งพอเห็นหัวเอลีซโผล่มาหน่อยๆ เขาก็เรียกลูโด้ไปดู ระหว่างที่เรา 1 2 3 เบ่ง อยู่เอลีซก็จะดิ้นๆ เขาพยายามที่จะออกมาแต่ว่ากระดูกเชิงกรานเราเล็ก หัวเอลีซโนเลยล่ะ เพราะเขาดันๆ ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้เราเบ่งจนเหนื่อยจนและเอลีซเองก็เหนื่อยด้วยล่ะ เพราะเขาหลับไปเลย พยาบาลฝึกหัดก็มาจับพุงเราเรียกเขาให้ตื่น 555 ตลกดี แล้วเราก็ขอพยาบาลพักเหนื่อยเพราะไม่ไหวจริงๆ ถ้าเรายังเบ่งๆ อยู่คงเหนื่อยมากและคงไม่มีแรงจะเบ่งต่อแน่ๆ สักพักคุณหมอมา… เราก็ต้องมา 1 2 3 เบ่งอีก ยอมรับเลยว่าเบ่งจนเหนื่อยจนท้อ เจ็บก็เจ็บเพราะยาหมดฤทธิ์ แต่ก็ต้องทำให้ได้ คราวนี้เราเอาเท้าถีบที่โครงเหล็กที่เขาเอาเชือกแขวนสำหรับให้เราห้อยขา แล้วก็เบ่งๆ หมอก็ใช้ที่ดูดๆ ด้วยนะ เราพยายามเบ่งสุดกำลังรู้สึกชามากแล้วก็ได้ยินารู้สึกว่าหมอตัดจิมิเราดังแค๊กเลยแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลยนะนาทีนั้น ลูโด้บอกยังกะหนังฆาตกรรม หลังจากหมอตัดปุ๊บจิมิเราปุ๊บเลือดพรุ่งปั๊บ เขาไม่ได้ถ่ายรูปเพราะเวลาผ่านไปเร็วมาก และสายสะดือพันรอบคอเอลีซด้วย หมอถอนหายใจและตัดสายสะดือฉับเลย จริงๆ ก่อนหน้านี้เวลาเราไปหาหมอเขาจะถามก่อนว่าคุณพ่อจะตัดสายสะดือมั้ย ลูโด้บอกแน่นอน แต่สุดท้ายไม่ได้ตัดเพราะสายสะดือพันคอหมอเขาเลยต้องรีบตัดโดยเร็ว หลังจากนั้นคุณหมอก็เอาเอลีซมาวางไว้บนอกเรา เอลีซร้องไห้ลั่นเลย คุณพยาบาลก็เอาสายยางมาดูดน้ำจากปาก ระหว่างนั้นคุณหมอก็เย็บแผลให้เรา เจ็บสุดๆ เลยล่ะ สักพักเขาก็เอาเอลีซไปเช็คตัว ชั่งน้ำหนัก วัดความยาว และแต่งตัว แล้วก็ย้ายเราไปอีกเตียงและเอาลูกมาให้ และให้ลูกดูดนมแม่ตั้งแต่นั้นเลย

บอกได้คำเดียวว่าเจ็บจริงๆ ถึงจะเห็นหน้าลูกแล้วก็ยังเจ็บเหมือนเดิม แต่เจ็บแบบสุขๆ ไม่ยักกะเหมือนที่เขาบอกว่าพอเห็นหน้าลูกแล้วหายเจ็บ ฮ่าๆๆ

> ว่าด้วยเรื่องท้องๆ: 30 สัปดาห์ กับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำและการป้องกันแบคทีเรียในช่องคลอด

Posted in จิ๋วเจ๊าะแจ๊ะ by jirew on กรกฎาคม 30, 2010

จริงๆ ณ วันที่เขียนบล๊อคเราก็ท้องได้ 31 สัปดาห์แล้วล่ะ แต่เมื่อตอนอายุครรภ์เราได้ 30 สัปดาห์ เราต้องไปตรวจเลือด ซึ่งผลการตรวจออกมาว่าเราฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติมาก (หมอและพยาบาลว่างั้นอะนะ) เพราะว่าแม่ต้องแบ่งฮอร์โมนไทรอยด์ให้ลูกใช้ด้วย ปกติแล้วผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคนหมอเขาจะตรวจเช็คตั้งแต่แรกแล้วว่าต่อมไทรอยด์ของเราทำงานปกติหรือไม่ ซึ่งของเราก็ปกติเรื่อยมาจนเข้า 30 สัปดาห์นี่ล่ะ

และวันนี้ (30 ก.ค. 2010) เรามีนัดกับพยาบาลผดุงครรภ์ ซึ่งเป็นนัดครั้งที่ 2 แล้วกับคุณพยาบาล พอได้เวลาเข้าพบคุณพยาบาลก็เช็คความดันและการเต้นของหัวใจ ซึ่งตอนนี้ปกติดีขนาดเมื่อคืนนอนไม่พอนะเนี๊ย (ก่อนหน้านี้ค่อยข้างต่ำตลอด) แล้วเขาก็ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า มีอะไรปรึกษาเขาได้นะ จริงๆ ปัญหาเราก็เหมือนๆ กับคุณแม่ท่านอื่นๆ คือปวดเข่า ปวดนิ้วมือเพราะน้ำเยอะ แต่ปัญหาใหญ่สำหรับเราคือเรื่องไทรอยด์ เราก็ถามคุณพยาบาล เขาบอกว่าจริงๆ ผู้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะเจอกับปัญหาฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำเพราะต้องแบ่งให้ลูกใช้ด้วย แต่ทีนี้เขาจะปรึกษากับหมอสูฯ อีกทีนึงว่าจะทำยังงัยได้บ้าง เพราะเรามีนัดกับหมอเฉพาะทางอีกตั้ง 2 สัปดาห์ มันอาจจะนานไปสำหรับเรา

ระหว่างรอคุณหมอสูฯ เขาก็ให้เราชั่งน้ำหนัก ผลปรากฎว่าน้ำหนักเพิ่มมาแล้ว 11 กิโล ตอนนี้เราท้องได้ 7 เดือนเหลืออีกตั้ง 2 เดือน เขาให้ระวังเรื่องการกิน ไม่ให้กินของหวานมากไปเพราะเหลืออีกตั้ง 2 เดือน จริงๆ น้ำหนักที่เพิ่มมาควรอยู่ระหว่าง 10-12 กิโลกรัมเท่านั้น ถ้าเกินกว่านี้ปัญหาจะเกิดกับทั้งคุณแม่และคุณลูกได้ และหลังจากนั้นเขาก็จับเราขึ้นขาหยั่งเพื่อเช็คว่ามดลูกเปิดหรือเปล่า ซึ่งมดลูกเราก็ยังปิดดีอยู่ และเช็คแบคทีเรียในช่องคลอดผลก็ปรากฎว่าไม่มีอะไรผิดปรกติ ดีทุกอย่างว่างั้น แล้วเขาก็เช็คการเต้นของหัวใจของลูก ผลก็ออกมาดีมากๆ และเขาบอกลูกเราดิ้นเก่งจริงๆ (เราบอกเขาไปก่อนหน้าแล้วว่าลูกดิ้นเก่งมากๆ ) แล้วก็วัดขนาดของพุงเรา จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ผลก็คืออยู่ในเกณฑ์ที่ดี แล้วก็นั่งคุยๆ กันจนหมอสูฯ มา ทีนี้เรามารู้จักกับฮอร์โมนไทรอยด์กับคนท้องกัน

ไทรอยด์เกี่ยวอะไรกับลูก เมื่อแม่เป็นโรคไทรอยด์ส่งผลอะไรต่อลูกบ้าง

ไทรอยด์สำคัญต่อสมองลูก

ต่อมไทรอยด์มีความจำเป็นต่อร่างกายของเราทุกคนตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในท้องแม่ เพราะมีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ทารกมีพัฒนาการทางสมอง ทำให้ระบบประสาททำงานปกติป้องกันการเกิดโรคเอ๋อ หรือภาวะปัญญาอ่อน

เมื่อร่างกายเจริญเติบโตและระบบประสาทพัฒนาเต็มที่แล้วหน้าที่ของฮอร์โมนไทรอยด์จะเปลี่ยนไป คือจะกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานในอัตราส่วนที่เหมะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปค่ะ

ถ้าคนท้อง…ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ

ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำที่เรียกว่าไฮโปไทรอยด์นั้น เป็นคนละโรคกับไทรอยด์เป็นพิษนะคะ ส่วนใหญ่เกิดในคนไข้ที่เคยรักษาไทรอยด์เป็นพิษมาก่อน ด้วยการผ่าตัดหรือการกลืนรังสี แล้วระดับฮอร์โมนลดลงมากเกินไป หรือพบในคนไข้ที่มีการอักเสบต่อมไทรอยด์แบบเรื้อรัง คนไข้ที่เป็นไฮโปไทรอยด์ก่อนตั้งครรภ์ คุณหมอจะรักษาโดยให้ฮอร์โมนส่งเสริมจนอยู่ในระดับปกติ หลังจากนั้นก็สามารถตั้งครรภ์ได้ค่ะ

ส่วนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในขณะที่ยังเป็นไฮโปไทรอยด์อยู่ ขอเน้นว่าจะต้องกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เสริมนะคะ ห้ามหยุดยา บางครั้งต้องได้รับยาพื่อเพิ่มฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้นประมาณ 50% ของขนาดยาเดิม เช่น เคยกินยาไทรอยด์ 1 เม็ดก็อาจต้องเพิ่มเป็นเม็ดครึ่งหรือสองเม็ด คุณแม่บางคนจะหยุดกินยาเพราะกลัวเป็นอันตรายต่อลูก แต่คุณหมอบอกว่าจะยิ่งมีอันตรายมากขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ จะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของลูกได้เช่นกัน

มีบ้างเหมือนกันค่ะที่ภาวะไฮโปไทรอยด์เกิดจากการขาดไอโอดีน ซึ่งโดยมากคนไข้จะมีคอพอกร่วมด้วย ซึ่งมักพบในภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน แต่ปัจจุบันพบน้อยลงค่ะ เพราะมีการเติมไอโอดีนในอาหาร รวมถึงการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ก็ทำให้คุณแม่รับประทานอาหารทะเลที่มีไอโอดีนเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

(ที่มา: http://www.elib-online.com/doctors50/lady_thyroid001.html )

จาก URL ของเว็บด้านบนเราคัดมาบางส่วนเท่านั้น แต่จริงๆ เราไม่ได้เป็นไทรอยด์เป็นพิษ หรือเคยเป็นไทรอยด์ใดๆ มาก่อน มาเป็นก็ตอนตั้งครรภ์นี่ล่ะ อย่างที่บอกไว้เพราะเราต้องแบ่งให้ลูกเลยทำให้ฮอร์โมนต่ำลง ถ้าหากสนใจอ่านเพิ่มเติมก็คลิกที่ URL ด้านบนเลยค่ะ

และสำหรับในกรณีของเรา จากประสบการณ์ที่เจอมาก็เหมือนกับบทความข้างบนเลยค่ะ คือเราต้องกินฮอร์โมนเสริม กินไปจนให้นมลูกเลยค่ะ หยุดให้นมลูกเมื่อไหร่ค่อยเลิกกิน ซึ่งหมอให้เรากินวันละเม็ดก่อนอาหารเช้า 30 นาที ปัญหาที่ตามมาของเราคือ เราตื่นสายไม่เคยได้กินข้าวเช้าเลย 555 จบสำหรับเรื่องไทรอยด์ อ๋อ เสริมเรื่องสวัสดิการที่เบลเยี่ยมหน่อย เพราะดีมากๆ เลย เราไปร้านยาไปซื้อฮอร์โมนที่ว่า กล่องนึงบรรจุ 112 เม็ด ราคาจริงๆ อยู่ที่กล่องละ 7.23 ยูโร แต่ลดแล้วเหลือกล่องละ 1.07 ยูโร หุหุ ถูกจริงๆ

แบคทีเรียในช่องคลอด

ทีนี้มาต่อกันที่เรื่องแบคทีเรียในช่องคลอด ปกติผู้หญิงทุกคนจะมีแบคทีเรียในช่องคลอด แต่สำหรับคนที่ตั้งครรภ์นั้นจะมีปัญหาตอนคลอดทารก เราก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้อะนะ คิดว่าคงมีอันตรายกับทารกตอนคลอดออกมา ซึ่งตอนนี้เขามีการป้องกันโดยให้กินยาตั้งแต่อายุครรภ์ครบ 30 สัปดาห์กินไปเรื่อยๆ จนคลอดเลย แฟนเราบอกว่ายาตัวนี้จริงๆ เหมือนไม่ใช่ยาแต่เป็นเหมือนยาคูลประมาณนั้น และสำหรับราคายาตัวนี้ไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่ แต่เราได้ของตัวอย่างมากิน เพราะที่ร้านของขาด หมอก็เลยเอาที่เขามีอยู่มาให้กินฟรี หุหุ ของฟรีชอบๆ

อะสุดท้ายปลี้มคุณหมอสูฯ คนนี้เพราะพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ และที่สำคัญเขาพูด “สวัสดี” กับเราด้วย ^_^ สงสัยเคยไปเมืองไทยเนาะ

> ยำไก่ฉีกนมสด เพราะไม่มีกะทิ หุหุ

Posted in จิ๋วเข้าครัว by jirew on กรกฎาคม 10, 2010
สำหรับวันนี้จิ๋วเอาเมนูง่ายๆ มานำเสนอค่ะ เมนูที่ว่าก็คือ ยำไก่ฉีก ค่ะ 
 

ส่วนผสม
- อกไก่ 1 ชิ้น หรือส่วนอื่นๆ ตามชอบนะคะ
- หอมแดงครึ่งหัว
- ตะไคร้ซอย 1 ต้น
- ใบสะระแหน่ตามชอบ
- พริกขี้หนูสับตามชอบ จิ๋วใส่แค่ 2 เม็ด เพราะเหลือติดครัวอยู่แค่นี้ LOL

 

สำหรับน้ำยำ
- น้ำพริกเผาพร้อมน้ำมันนิดหน่อย
- นมสด
- น้ำปลา  
- น้ำมะขามเปียก
- น้ำมะนาว
- น้ำตาล
- เกลือ

วิธีทำ
1. ต้มไก่ให้สุกแล้วฉีกเป็นชิ้นๆ
2. ทำน้ำยำโดยผสมทุกอย่างรวมกัน ปริมาณก็กะๆ เอา เสร็จแล้วก็ชิมตามใจชอบค่ะ Wink
3. ราดน้ำซอสลงบนไก่ คนให้เข้ากัน
4. ใส่หอมแดง ตะไคร้ สะระแหน่ และพริกขี้หนูสับ คนให้เข้ากัน และจัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยจ้า

เมนูนี้ฝรั่งที่บ้านบอกอร่อย ไม่เผ็ดมาก จริงๆ จิ๋วต้มไข่ไว้ด้วยกะจะเอามากินคู่กันซะหน่อย แต่ดันลืม Big smile ยังงัยก็ลองทำกันดูนะคะ

 

> ซุปฟักทอง อร่อยๆ

Posted in จิ๋วเข้าครัว by jirew on กรกฎาคม 5, 2010

จริงๆ เมนูนี้ทำเมื่อหน้าหนาว แต่พึ่งได้เอามาลง Blog วันนี้ 555 เราเป็นคนที่ชอบฟักทองมากๆ กินมาตั้งแต่เด็กเพราะที่บ้านปลูกเอง ขนงขนมตามตลาดไม่เคยได้กินกะเขาหรอกส่วนใหญ่แม่จะนึ่งฟักทองโรยน้ำตาลนิดๆ กะมะพร้าวห้าวให้กิน หรือไม่ก็แกงบวชฟักทอง สาคูเปียกฟักทอง แกงฟักทอง และอื่นๆ แต่ฟักทองที่นี่ไม่อร่อยและมันเหมือนฟักทองบ้านเราเลยอะ แต่เอามาทำซุปก็อร่อยดีเหมือนกัน ว่าแล้วก็ไปทำกันเลย

ส่วนผสม

  • ฟักทอง
  • แครอท 
  • หอมหัวใหญ่
  • ครีมหรือนมสด
  • เนย 
  • น้ำ
  • เกลือ
  • พริกไทย
  • ซุปไก่หรือหมูก้อน

วิธีทำ

  • ปอกเปลือกฟักทองและแครอท หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟ พอเดือดใส่ฟักทอง แครอท และซุปก้อนลงไป
  • พอฟักทองและแครอทเละได้ที่ให้นำเครื่องปั่นมือถือลงไปปั่นในหม้อเลย
  • เติมครีม เกลือ พริกไทย คนๆ ชิมรสดู
  • สับหอมหัวใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ
  • นำกะทะไปตั้งไฟ ใส่เนย พอเนยละลายใส่หอมหัวใหญ่ไปผัดพอเหลืองเทลงไปผสมในหม้อซุป
  • ตักเสิร์ฟร้อนๆ ตกแต่งหน้านิดหน่อยด้วยครีมและ Persil ถ้ามีขนมปังกระเทียมกินคู่กันไปด้วยจะอร่อยมาก แต่เราไม่ได้ทำ 555

> ครั้งแรกที่ต้องทำอาหารไทยเลี้ยงคน (ฝรั่ง) เยอะๆ

Posted in จิ๋วเข้าครัว by jirew on มิถุนายน 27, 2010

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาเราต้องไปทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ ที่ทำงานของแฟน ปกติเขามีเลี้ยงกันทุกปี ปีนี้คนที่จัดงานเขาอยากให้เราทำอาหารไทยเราก็ยินดีมากๆ ผลออกมาดีเกินคาด เราได้รับคำชมอย่างล้นหลาม นอกจากนี้หนึ่งในแขกเป็นแม่ครัวที่ทำอาหารที่โรงเรียนแฟน และรับจัดงานเลี้ยงทั่วๆ ไปด้วย เขาบอกว่าจะส่งงานให้เรา เพราะตอนนี้เขางานล้นมือมากๆ ต้องปฏิเสธลูกค้าไปหลายรายแล้ว ต่อไปเขาจะส่งให้เรา เย้ๆ มาดูกันว่ารายการอาหารที่เราทำมีอะไรบ้าง

> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน – Grammaire (4) La Phrase négative.

Posted in ภาษาฝรั่งเศส (เบลเยี่ยม) by jirew on มิถุนายน 14, 2010

บทนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยคปฏิเสธนะคะ

A: NE (N’ ) … PAS

ne… pas Il ne vient pas ce soir. – เขาไม่มานะเย็นนี้
Je ne sors pas ce soir. – ฉันไม่ออกไปนะเย็นนี้
n’… pas Il n’est pas malade. – เขาไม่ได้ป่วย
Je n’ai pas le temps. – ฉันไม่มีเวลา

Attention: Devant une voyelle et un h muet, ne devient n’. (ก่อนหน้าสระและ h นั้น ne จะลดรูปเป็น n’ )

สำหรับบทนี้เราจะยกตัวอย่างแบบฝึกหัดที่เราต้องทำบ้างเพราะว่าบทนี้เนื้อหาไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะ เริ่มกันเลย

Répondez de façon négative.

- J’ai une petite amie. – ฉันมีเพื่อนผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
- Qui c’est? – ใครเหรอ
- Devine. – เดาสิ
1. – Elle est grande? หล่อนตัวใหญ่หรือไม่
    – Non, elle n’est pas grande.  ไม่ หล่อนไม่ตัวใหญ่
2. – Elle est jeune? หล่อนยังเด็กอยู่หรือไม่
    – Non, elle n’est pas jeune. ไม่ หล่อนไม่เด็ก
3. – Elle est sportive? หล่อนเป็นนักกีฬาหรือไม่
    - Non, elle n’est pas sportive. ไม่ หล่อนไม่ได้เป็นนักกีฬา
4. – Elle est étudiante? หล่อนเป็นนักเรียนหรือไม่
    – Non, elle n’est pas étudiante. ไม่ หล่อนไม่ได้เป็นนักเรียน
5. – Elle est blonde? หล่อนมีผมสีบลอนด์หรือไม่
    – Non, elle n’est pas blonde. ไม่ หล่อนไม่ได้มีผมสีบลอนด์
6. – Elle est française? หล่อนเป็นคนฝรั่งเศสหรือไม่
    – Non, elle n’est pas française. ไม่ หล่อนไม่ใช่คนฝรั่งเศส
- C’est qui alors? แล้วใครล่ะ
- C’est un secret! เป็นความลับ

และตัวอย่างประโยค

- Il n’est pas agréable. เขาไม่ยอมรับ
- Je ne suis pas méchant. ฉันไม่ใช่คนไม่ดี
- Elle n’est pas amusante. หล่อนไม่ได้เป็นคนตลก
- Ils ne sont pas sympathiques. เขาเหล่านั้นเป็นคนไม่ดี (nice)
- Vous n’être pas contents. พวกคุณไม่มีความสุข
- Elle n’est pas généreuse. หล่อนไม่ได้เป็นคนใจกว้าง
- Ils ne sont pas aimables. เขาเหล่านั้นเป็นคนไม่ใจดี
- Nous ne sommes pas heureux. พวกเราไม่มีความสุข
- Elle n’est pas intéressante. หล่อนไม่น่าสนใจ
- Je ne suis pas stupide. ฉันไม่ใช่คนโง่

LES VERBES MODAUX
Je ne veux pas prendre un taxi.
Pierre peut finir le travail avant 6 h.
Nous savons répondre à toutes les questions.
Vous devez rentrer après minute.
Il faut se promener ici.

ตัวอย่างประโยค

- Je ne dois pas sortir tard.
- Tu ne sais pas danser?
- Nous ne voulons pas aller au cinéma.
- Ils ne peuvent pas venir avec nous.
- On ne peut pas écouter du jazz ici.
- Elle ne veut pas dîner au restaurant.
- Vous ne pouvez pas réserver les places?
- Vous ne devez pas rentrer après minuit.

LES VERBES PRONOMINAUX
Je ne me repose pas.
Ils ne se reposent pas.

ตัวอย่างประโยค

- Le week-end, je ne me rase pas.
- Tu ne te promènes pas seule la nuit.
- Le week-end, on ne s’habille pas comme les autres jours.
- Quand elle reste à la maison, elle ne se maquille pas.
- Quand les enfants crient autour de nous, nous ne nous reposons pas.
- Vous ne vous levez pas de bonne heure pendant les vacances.

B: NE (N’ ) … PERSONNE

ne… personne Elle ne parle à personne. หล่อนไม่คุยกับใครเลย
Je ne connais personne. ฉันไม่รู้จักใครเลย
n’… personne Nous n’invitons personne. พวกเราไม่เชิญใครเลย
Il n’écoute personne. เขาไม่ฟังใครเลย

ตัวอย่างประโยค

- Il n’y a personne ici.
- Vous ne connaissez personne dans votre immeuble?
- Je n’entends personne.
- Ils n’attendent personne.
- Nous ne connaissons personne.
- Elle ne travaille avec personne.

C: NE (N’ ) … RIEN

ne… rien Je ne sais rien. ฉันไม่รู้อะไรเลย
Il ne voit rien. เขาไม่เห็นอะไรเลย
n’… rien Nous n’entendons rien. พวกเราไม่ได้ยินอะไรเลย
Tu n’achètes rien. คุณไม่ซื้ออะไรเลย

ตัวอย่างประโยค

- Je ne comprends rien.
- Nous ne voulons rien.
- Il ne mange rien
- Je ne prends rien.
- Vous n’achetez rien.
- Tu n’aimes rien.

จบแล้วค่ะสำหรับบทที่ 4 ^___^

> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน – Grammaire (3) L’interrogation.

Posted in ภาษาฝรั่งเศส (เบลเยี่ยม) by jirew on มิถุนายน 14, 2010

วันนี้เรามาขึ้นบทที่ 3 กันนะคะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำถาม

A: EST-CE QUE…?

เป็นประโยคที่ถามแล้วคำตอบจะเป็น ใช่ (Oui) หรือ ไม่ใช่ (Non)

- Est-ce que vous comprenez? – คุณเข้าใจหรือไม่  - Oui, très bien.
- Est-ce qu’elles parlent espagnol? - หล่อนเหล่านั้นพูดภาษาสเปนได้ใหม - Je ne sais pas.

B: LES MOTS INTERROGATIFS

คำถาม (question words) ที่เอามาใช้ร่วมกับ est-ce que

-Qu’est-ce qu’ (อะไร) il boit? - Un café.
-Où est-ce qu’ (ที่ไหน) il va en vacances? - à Saint-Malo.
- Quand est-ce que (เมื่อไหร่) vous partez? - Demain.
- Comment est-ce que (อย่างไร) tu vas à ton bureau? - En metro.
- Pourquoi est-ce que (ทำไม) tu apprends le français? - Par plaisir.
- Qui est-ce que (ใคร) tu connais ici? - Paul et Anne.
- Avec qui est-ce que (กับใคร) tu pars en vacances? - Avec Patrice.

Attention: Devant une voyelle ou un h muet, que devient qu’. (Que เมื่ออยู่หน้าสระหรือ h จะลดรูปกลายเป็น qu’ )

C: TROIS FACONS DE POSER UNE QUESTION

 Trois façons de poser une question (พิมพ์ตัวใหญ๋แล้วมันไม่มี ç อะ) คือ 3 รูปแบบในการตั้งคำถาม

LANGUE FORMELLE (ทางการ)
inversion: verbe-sujet
LANGUE COURANTE (ปัจจุบัน ว่างั้น)
<<est-ce que>>
LANGUE FAMILIERE (ไม่เป็นทางการ)
intonation
Avez-vous des enfants? Est-ce que vous avez des enfants? Vous avez des enfants?
Où habitez-vous? Où est-ce que vous habitez? Vous habitez où?
Que regardez-vous? Qu’est-ce que vous regardez? Vous regardez quoi?

Attention: que devient quoi avec une préposition : avec quoi jouez-vous?

D: QU’EST-CE QUE… COMME…, QUEL…

 

LANGUE COURANTE LANGUE FAMILIERE
Qu’est-ce que tu fais comme sport? Tu fais quoi comme sport?

 

Masculin singulier le pont quel pont?
Féminin singulier l’église quelle église?
Masculin pluriel les arbres quels arbres?
Féminin  pluriel les maisons quelles maisons?

> ว่าด้วยเรื่องท้องๆ: 24 สัปดาห์ 4 วัน กับการตรวจหาเบาหวานที่ทำเอาเหนื่อยมากๆ

Posted in จิ๋วเจ๊าะแจ๊ะ by jirew on มิถุนายน 12, 2010

หลังจากที่อายุครรภ์ครบ 24 สัปดาห์ตามที่คุณหมอสั่งไว้คือต้องไปตรวจเลือดว่าเราเป็นเบาหวานหรือเปล่า และแล้ววันนั้นก็มาถึง เราเลือกวันเสาร์เพราะเราทั้งสองคนว่าง และเนื่องจากรพ. ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดมักจะมีคนไปตรวจเลือดเยอะมากๆ วันนี้เรากับแฟนก็เลยไปกันแต่เช้าเลย ตื่นตั้งแต่ 7 โมง จัดการกิจวัตรประจำวันเสร็จ ออกจากบ้านประมาณ 7.30 น. เพราะเข้าใจว่าเขาเปิดให้บริการตั้งแต่ 7.30 น. และจากบ้านไปรพ. ก็แค่ 5 นาที เราก็คงได้คิวแรกๆ หน่อยล่ะ แต่…….. พอไปถึง วันนี้วันเสาร์ เขาเปิดให้บริการ 8.00 – 10.00 น. แฟนก็บอกว่ามาวันหน้าดีมั้ย เราต้องใช้เวลาในการตรวจตั้ง 2 ชม. เขาจะทำให้เราเหรอ แต่เราบอกไม่เอาอุตส่าห์ตื่นมาแล้ว รอถามพยาบาลก่อนว่าเขาจะทำให้มั้ย ถ้าเขาไม่ทำค่อยกลับ แล้วเราก็ไปนั่งรอในรถ

ประมาณ 7.50 น. เราชวนแฟนเข้าไปใหม่ ไปเจอคุณพยาบาลพึ่งเดินเข้ามาพอดี เขาก็ถามมาตรวจเลือดเหรอ รอก่อนนะ ขอเขาเปิดห้องก่อน แต่เราชิงถามก่อนเลย เรามาตรวจเบาหวานจะตรวจให้เรามั้ย เขาก็ได้นะ แต่เขาต้องรีบตรวจตอนนี้เลยจะได้ทันเวลาพนักงานมารับเลือดตอน 10 โมง

เริ่มต้นเลยต้องไปฉี่ก่อน แล้วเขาก็ตรวจ ผลปกติดี หลังจากนั้นเขาเจาะเลือดเราไป 2 หลอด แล้วก็ให้ดื่มน้ำหวาน เห็นแฟนบอกว่าเป็นน้ำหวานผสมน้ำมะนาว อร่อยดี อิอิ แต่หวานไปหน่อยอะนะ หลังจากดื่มน้ำหวานไปเรารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย คุณพยาบาลก็เลยให้เราไปนอนพักที่เตียงรอ เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงเขาจะตรวจเลือดกับฉี่อีกครั้ง ผลจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉี่เราไม่ปกติ แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ คุณพยาบาลบอกต้องรอผลตรวจเลือดอย่างเดียวฉี่แค่เบื้องต้น และเขาก็ให้เราไปนอนรออีก 1 ชั่วโมง คราวนี้เราเกือบหลับเลยอะ ลืมดูนาฬิกาไปเลย รู้สึกตัวอีกที 10 โมงแล้ว คุณพยาบาลมาบอกให้รีบไปฉี่ แล้วกลับมาเจาะเลือด เพราะเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะมารับเลือดแล้ว ผลการตรวจฉี่ครั้งที่ 2 ก็ยังพบว่ามีน้ำตาลอยู่แต่ว่าจางลงมาหน่อยนึง ต้องรอผลตรวจเลือดอย่างเดียวอะนะ

และหลังจากนั้นเราก็ไปแวะซื้อวิตามิน และอาหารแมว ระหว่างทางเรามีอาเจียนน้ำขมๆ ออกมา ทรมานมากๆ รู้สึกไม่หิว ไม่อะไรเลย ทั้งที่ก่อนหน้าเข้าไปตรวจหิวมากๆ ซื้อของเสร็จกลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงแล้ว แฟนทำอาหารกินเอง ส่วนเราอุ่นแกงที่เหลือกินกับขนมจีน นั่งทำนั่นทำนี่สักพักหิวอะ เลยทำส้มตำกะปลาเผากิน อร่อยมากๆ ทีนี้ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเลยล่ะ 555 กินอิ่มนั่งดูฟุตบอลโลกคู่ระหว่าง เกาหลี – กรีซ เชียร์เกาหลีๆ เพราะเป็นเอเชียเหมือนกัน และแฟนก็บอกฉันก็จะเชียร์เกาหลีเพราะว่าฉันชอบอาหารเกาหลี 555 แต่เราดูเขาแข่งไม่จบเลย หลับไปตั้งแต่ที่เกาหลียิงประตูที่ 2 ตื่นอีกทีเกือบ 6 โมง 555 ก็มันเหนื่อยนี่นา

ส่วนผลเลือดเราจะรู้วันจันทร์นี้ ไว้จะมาอัพเดทอีกทีว่าเป็นเบาหวานหรือไม่เป็นนะ

> ว่าด้วยเรื่องท้องๆ: 23 สัปดาห์ เราได้เจอกันอีกแล้วนะลูกรัก

Posted in จิ๋วเจ๊าะแจ๊ะ by jirew on มิถุนายน 3, 2010

วันที่ 1 มิ.ย. 53 เรามีนัดกับคุณหมอตอน 16.20 น. วันนี้เรารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเราจะได้เห็นหนูน้อยในพุงของเราอีกแล้ว 555 วันนี้เราให้แฟนเตรียมกล้องไปถ่ายวิดีโอด้วย เพราะจะได้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวด้วย เราไปถึงคลีนิคก่อนเวลานัดแค่ 5 นาที ไปถึงก็เอากระปุกที่ใส่ฉี่ให้กับเจ้าหน้าที่เอาไปตรวจ (ทุกครั้งที่นัดกับหมอต้องนำฉี่ไปตรวจทุกครั้งนะ) ผลตรวจฉี่ก็ปกติไม่มีปัญหาอะไร นั่งรอสักพักก็ถึงคิวเรา

พอเจอคุณหมอ คุณหมอก็ถามว่าคราวที่แล้วที่มีปัญหาเลือดออกหมอที่โรงพยาบาลให้ยาอะไรมากินบ้าง แฟนเราก็ตอบไปว่ามียาที่ทำให้เลือดหยุดไหลและฮอร์โมน หลังจากนั้นหมอก็ให้เราเข้าห้องซาวด์ และแล้วเราก็ได้เจอหนูน้อยของเรา หนูน้อยของเราน่ารักๆ เห็นแค่สีดำๆ ขาวๆ แต่ก็เห็นได้อะนะว่าน่ารัก เขาจะทำปากจั๊บๆ เหมือนกินตลอดเวลาเลย แล้วก็ดิ้นเก่งด้วย ผลตรวจทุกอย่างสมบูรณ์ ยอดเยี่ยม หมอบอกว่าหมอไม่มีอะไรจะพูดเพราะทุกอย่าง Perfect!

สำหรับสัปดาห์ที่ 23 นี้หนูน้อยของเรามีขนาดความยาว 25 ซม. แล้ว และน้ำหนักโดยประมาณอยู่ที่ 549 กรัม และคราวนี้คุณหมอก็มีตรวจวัดเส้นผ่าศูนย์กลางกระโหลกศีรษะ เส้นรอบวงของท้อง ความยาวของกระดูกต้นขา ความยาวของเท้า และขนาดของสมอง ไปดูรูปกันเลย

ขนาดของกระโหลกศีรษะที่วัดได้คือ 21.1 ซม.

ขนาดเส้นรอบวงของท้องที่วัดได้คือ 18.1 ซม.

ความยาวของกระดูกต้นขาที่วัดได้คือ 3.96 ซม.

ขนาดความยาวของเท้าที่วัดได้คือ 4.23 ซม.

ขนาดของสมองที่วัดได้คือ 2.45 ซม.

และหลังจากสัปดาห์ที่ 24 เราต้องไปตรวจเลือดหาเบาหวานด้วยล่ะ เห็นหมอบอกว่าเขาจะมีเจาะเลือดไป 3 หลอด แล้วหลังจากนั้นให้ดื่มน้ำตาลรอไป 2 ชม. เขาก็จะเจาะเลือดไปอีก ท่าทางจะเสียเลือดไปเยอะเลย……….

อ๋อ และเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 53 เราได้ไปพบกับพยาบาลผดุงครรภ์มา พยาบาลก็มีตรวจวัดน้ำหนักของเรา การเต้นของหัวใจของหนูน้อย สอบถามปัญหา และให้คำแนะนำต่างๆ มา ซึ่งปัญหาของเราก็มีอยู่แค่นอนไม่ค่อยหลับ ปวดหลัง ปวดขา และท้องผูก ซึ่งจริงๆ ปัญหาท้องผูกนี่เราเป็นมานานก่อนที่จะท้องแล้วล่ะ

ในการแก้ปัญหาท้องผูกนั้นคุณพยาบาลได้แนะนำมา 3 อย่างคือ

1. ให้เราดื่มน้ำยี่ห้อ Hépar เพราะในน้ำยี่ห้อนี้มีแร่ธาตุเมนีเซี่ยมอยู่ ซึ่งแร่นี้จะทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น
2. ให้เราใส่เม็ดอะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้แล้วอะลงไปในโยเกิร์ตด้วย แต่แฟนเราหาซื้อเม็ดที่ว่านั้นไม่ได้ก็เลยไม่ได้ใส่
3. ปรับเปลี่ยนท่านั่งในการขับถ่าย คือให้หาอะไรมารองที่เท้าให้เท้านั้นยกสูงขึ้น จะทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้นด้วย

แต่หลังจากวันที่เราดื่มน้ำยี่ห้อดังกล่าวระบบขับถ่ายเราก็ดีขึ้นมากเลย จากที่ก่อนที่อึสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เปลี่ยนมาอึเกือบทุกวันเลย

ส่วนปัญหาที่เราปวดหลังปวดขาและนอนไม่ค่อยหลับคุณพยาบาลรักษาให้เราด้วยการฝังเข็มแบบจีน ซึ่งตอนนี้เราก็ยังปวดหลังปวดขาอยู่แต่ลดน้อยลง และบางคืนก็ยังนอนไม่ค่อยหลับเหมือนเดิม เฮ้อ… จะแก้ไขยังงัยดีน้อให้นอนหลับง่ายๆ

> งานถักสำหรับลูกรัก

Posted in จิ๋วเจ๊าะแจ๊ะ by jirew on พฤษภาคม 27, 2010

ช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่สบายต้องอยู่บ้านเฉยๆ ห้ามทำงานหนัก ห้ามนั่งหรือยืนนานๆ เราก็เลยได้แต่นอนๆ แล้วก็นอน มันน่าเบื่อมากๆ ไม่รู้จะทำอะไรเราก็เลยถักกระเป๋า ถุงเท้า และชุดกระโปรงให้ลูกของเรา

ด้วยฝีมือที่เพิ่งเริ่มต้น และความพยายามอันน้อยนิด ผลงานที่ออกมาจึงไม่สวยเท่าที่ต้นแบบเขาทำ แต่ก็ยังอยากอวด อิอิ ว่าแล้วก็ไปดูรูปกันเลย

1. ชุดกระโปรง ที่ต้นแบบเขาทำน่ารักมากๆ แต่เราทำแบบขี้เกียจๆ อยากให้เสร็จไวไว ก็เลยทำห่วงใหญ่ๆ อิอิ (ตอนถ่ายรูปยังไม่เสร็จดี เหลือเก็บไหมพรม)

2. รองเท้า (Slippers) ตอนทำก็กลัวๆ ว่าจะทำสองข้างออกมาเท่ากันหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็เท่ากันเดะอย่างไม่น่าเชื่อ หุหุ

3. ผลงานชิ้นที่สาม เป็นกระเป๋าใส่ของเล็กๆ น้อย ซึ่งยังไม่ได้ถ่ายรูป แต่เอาไปใช้งานซะแล้ว ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้มีต้นแบบหรือแพทเทิร์นจากที่ไหนเลย ทำเองเดาๆ มั่วๆ 555 ไว้ถ่ายรูปแล้วจะเอามาลงให้ดูนะคะ

ปล. สำหรับคนที่สนใจงานถักสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บนี้นะคะ http://www.youtube.com/watch?v=SOe5Ik5enKM&feature=PlayList&p=F31B4CD2E262F248&playnext_from=PL&index=18

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.