> ครีมไข่และมะนาว
สำหรับเมนูวันนี้เป็นขนมหวานนะคะ เราไปได้สูตรมาจากหนังสือเล่มหนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส แล้วแฟนแปลให้อีกที แต่เราก็มีการเปลี่ยนสูตรนิดหน่อยให้เข้ากับของที่มีอยู่ ตอนทำครั้งแรกอร่อยมากๆ ทำไปให้เพื่อนๆ และอาจารย์ที่โรงเรียนสอนภาษาชิมด้วย ทุกคนชอบมากๆ วันนี้เราอยากกินอีกก็เลยทำอีก มาเริ่มกันเลยนะคะ

ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- นมสด 1/2 ลิตร
- น้ำตาลวนิลา 1 ชช.
- น้ำมะนาว 1 ชช.
- ผิวมะนาวนิดหน่อย
- น้ำตาล 50 กรัม
วิธีทำ

- อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาทิ้งไว้
- หั่นผิวมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ

- อุ่นนมกับน้ำตาลวนิลาแล้วพักไว้
- นำผิวมะนาวลวกในน้ำเดือดจัด 1 นาที กรองเอาน้ำออก แล้วเทใส่ในนม

- ตีไข่ตามด้วยน้ำตาลแล้วเทลงผสมกับนม (นมต้องไม่ร้อนมากนะเพราะเดี๋ยวจะทำให้ไข่สุกค่ะ) คนๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี
- ไส่น้ำมะนาวลงไป คนๆ อีกรอบ

- เตรียมภาชนะทนความร้อนที่ใช้ได้ในเตาอบนะ แล้วใส่น้ำประมาณครึ่งหนึ่ง
- ตักส่วนผสมที่เราทำไว้ลงในถ้วยใบเล็กๆ แล้ววางลงในภาชนะข้างต้น

- นำเข้าเตาอบ ตั้งเวลาไว้ที่ 30 นาที เรียบร้อยแล้วก็ทิ้งให้เซ็ทตัวในเตาอบก่อนนะคะ

- เรียบร้อยแล้วจ่ะ ทิ้งไว้ให้เย็น จะเสริฟทันทีหรือนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้กันได้ประมาณ 2 วันจ่ะ (ที่เห็นไหม้ๆ จริงๆ ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าไม่ไหม้มาก พอดีเตาอบที่บ้านมุมนั้นจะไหม้เร็วกว่าปกติ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

ซูมๆ อีกนิดนึง

เอ้าซุมอีกหน่อยจะได้เห็นกันชัดๆ ว่าเนื้อครีมเป็นยังงัย ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ อร่อยและง่ายมากๆ ด้วยนะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (7) Les chiffres et les nombres
Les chiffres et les nombres (The numbers)
สำหรับตัวเลขในภาษาฝรั่งเศสของประเทศเบลเยี่ยมนั้นจะแตกต่างจากของฝรั่งเศสแท้ๆ ตรง 70-79 และ 90-99 ค่ะ
| 0 | Zéro |
| 1 | Un |
| 2 | Deux |
| 3 | Trois |
| 4 | Quatre |
| 5 | Cinq |
| 6 | Six |
| 7 | Sept |
| 8 | Huit |
| 9 | Neuf |
| 10 | Dix |
| 11 | Onze |
| 12 | Douze |
| 13 | Treize |
| 14 | Quatorze |
| 15 | Quinze |
| 16 | Seize |
| 17 | Dix-sept |
| 18 | Dix-huit |
| 19 | Dix-neuf |
| 20 | Vingt |
| 21 | Vingt et un |
| 22 | Vingt-deux |
| 23 | Vingt-trois |
| 24 | Vingt-quatre |
| 25 | Vingt-cinq |
| 26 | Vingt-six |
| 27 | Vingt-sept |
| 28 | Vingt-huit |
| 29 | Vingt-neuf |
| 30 | Trente |
| 31 | Trente et un |
| 32 | Trente-deux |
| 33 | Trente-trois |
| 34 | Trente-quatre |
| 35 | Trente-cinq |
| 36 | Trente-six |
| 37 | Trente-sept |
| 38 | Trente-huit |
| 39 | Trente-neuf |
| 40 | Quarante |
| 41 | Quarante et un |
| 42 | Quarante-deux |
| 43 | Quarante-trois |
| 44 | Quarante-quatre |
| 45 | Quarante-cinq |
| 46 | Quarante-six |
| 47 | Quarante-sept |
| 48 | Quarante-huit |
| 49 | Quarante-neuf |
| 50 | Cinquante |
| 51 | Cinquante et un |
| 52 | Cinquante-deux |
| 53 | Cinquante-trois |
| 54 | Cinquante-quatre |
| 55 | Cinquante-cinq |
| 56 | Cinquante-six |
| 57 | Cinquante-sept |
| 58 | Cinquante-huit |
| 59 | Cinquante-neuf |
| 60 | Soixante |
| 61 | Soixante et un |
| 62 | Soixante-deux |
| 63 | Soixante-trois |
| 64 | Soixante-quatre |
| 65 | Soixante-cinq |
| 66 | Soixante-six |
| 67 | Soixante-sept |
| 68 | Soixante-huit |
| 69 | Soixante-neuf |
| 70 | Septante |
| 71 | Septante et un |
| 72 | Septante-deux |
| 73 | Septante-trois |
| 74 | Septante-quatre |
| 75 | Septante-cinq |
| 76 | Septante-six |
| 77 | Septante-sept |
| 78 | Septante-huit |
| 79 | Septante-neuf |
| 80 | Quatre-vingt |
| 81 | Quatre-vingt et un |
| 82 | Quatre-vingt-deux |
| 83 | Quatre-vingt-trois |
| 84 | Quatre-vingt-quatre |
| 85 | Quatre-vingt-cinq |
| 86 | Quatre-vingt-six |
| 87 | Quatre-vingt-sept |
| 88 | Quatre-vingt-huit |
| 89 | Quatre-vingt-neuf |
| 90 | Nonante |
| 91 | Nonante et un |
| 92 | Nonante-deux |
| 93 | Nonante-trois |
| 94 | Nonante-quatre |
| 95 | Nonante-cinq |
| 96 | Nonante-six |
| 97 | Nonante-sept |
| 98 | Nonante-huit |
| 99 | Nonante-neuf |
| 100 | Cent |
| 1000 | Mille |
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (6) Le verbe etre
สำหรับวันนี้ขอนำเสนอบทเรียนที่ 3 (Chapitre III) สำหรับบทเรียนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Verb to be นะคะ
แนะนำตัว
Jean: Je suis francais. ฉันเป็นคนฝรั่งเศส
Deng: Nous somes chinois. พวกเราเป็นคนจีน (Deng มากับ Lin สองคน)
Jean: Il est chinois. Elle est chinoise.
Jean: Richard, vous êtes anglais? ริชาร์ด คุณเป็นคนอังกฤษใช่หรือไม่ (ในกรณีที่ถามคนที่อายุมากกว่า)
Richard: Oui, je suis anglais.
Jean: John, tu es anglais aussi? จอห์น คุณก็เป็นคนอังกฤษเหมือนกันใช่หรือไม่ (ในกรณีที่ถามคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากัน)
John: Oui, je suis anglais aussi.
Jean: Vous êtes américains? คุณสองคนเป็นคนอเมริกันใช่หรือไม่
Ted: Oui, nous sommes américains. ใช่ เราสองคนเป็นคนอเมริกัน
Jean: Ils sont américains. เขาสองคนเป็นคนอเมริกัน
สรุปนะคะ
Le verbe etre (Verb to be)
- Je suis (I am)
- Tu es (You are)
- Il est (He is)
- Elle est (She is)
- Nous sommes (We are)
- Vous êtes (You are)
- Ils sont (They are) ผู้ชายตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือหนึ่งชายหนึ่งหญิง หรือผสมกันแต่มากว่า 1 คน
- Elles sont (They are) ผู้หญิงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
จบสำหรับในส่วนของ Verb to be นะคะ แต่ยังไม่จบบทเรียนที่ 3 นะคะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (5) Qui est-ce?
วันนี้เราขึ้นบทเรียนที่ 2 (Chapitre II) กันแล้วนะคะ บทเรียนแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งของ สำหรับบทเรียนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนค่ะ ประมาณว่า คนนี้คือใคร? เขาหรือหล่อนทำอาชีพอะไร? และเขาหรือหล่อนมีลักษณะเป็นอย่างไร? มาเริ่มกันเลยนะคะ
Qui est-ce? (กี เอส?) นั่นใคร
- C’est Jean
- C’est Deng
- C’est Ted
- C’est Richard
- C’est John
- C’est Lin
- C’est Betty
- C’est Klaus
- C’est Monika
แล้วก็มาต่อกันที่คำถามเกี่ยวกับคนนะคะ ตามรายชื่อด้านบนใน sheet ที่อาจารย์แจกจะมีรูปของคนๆ นั้นด้วย แล้วพอเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำถามเขาก็จะเอารูปมาโชว์แล้วก็ถามเราว่าคนนี้คือใคร
Est-ce que c’est Richard? นั่นคือริชาร์ดใช่หรือไม่?
Non, ce n’est pas Richard. ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ริชาร์ด
Qui est-ce? แล้วนั่นใคร?
C’est John. นั่นคือจอห์น
Est-ce que c’est Klaus?
Non, ce n’est pas Klaus.
Qui est-ce?
C’est Deng.
มาต่อกันที่สัญชาตินะคะ
De quelle nationalité est…?
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Les professions.
Que fait…?
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Comment est-il? (How is he?)
Comment est-elle? (How is she?)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
จบสำหรับบทเรียนที่ 2 นะคะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (4) Comment est…?
มีเรื่องขำๆ เกี่ยวกับการพูดภาษาฝรั่งเศสของเรามาเล่าให้ฟังค่ะ ก่อนหน้านี้ตอนเรามาใหม่ๆ เรายังไม่ได้เรียนภาษาฝรั่งเศส เราพูดแต่ภาษาอังกฤษ และแล้ววันนึ่งพ่อแฟนก็พูดกับเราว่า “Here we speak only French, no English” และวันนี้เราเริ่มพูดได้นิดหน่อย เราก็พูดภาษาฝรั่งเศสกับเขา แต่เขาคงไม่เข้าใจเขาบอกเราอีกว่า “English please” 555 สงสัยภาษาฝรั่งเศสของเราจะแย่เอามากๆ
วันนี้เราขอนำเสนอบทเรียนเกี่ยวกับขนาดของสิ่งของนะคะ ในภาษาฝรั่งเศสสำหรับขนาดของสิ่งของถ้าเป็นเพศหญิงจะเพิ่มตัว e ต่อท้ายเข้าไปเหมือนเรื่องของสีนะคะ มาเริ่มกันเลยค่ะ
Comment est…? (How is…?)
เพศชาย (Masculin)
C’est un livre. Le livre est petit.
Comment est le livre?
Le livre est petit.
Il est petit.
C’est un chien. Le chien est grand.
Comment est le chien?
Le chien est grand.
Il est grand.
เพศหญิง (Féminin)
C’est une maison. La maison est petite.
Comment est la maison?
La maison est petite.
Elle est petite.
C’est une voiture. La voiture est grande.
Comment est la voiture?
La voiture est grande.
Elle est grande.
EXERCICES
รูปโต๊ะ
- Est-ce que c’est une chaise?
- Non, ce n’est pas une chaise.
- Qu’est-ce que c’est? C’est une table.
- Est-ce que la table est petite?
- Non, elle n’est pas petite.
- Comment est la table?
- Elle est grande.
รูปกระเป๋า
- Est’ce que c’est un pullover?
- Non, ce n’est pas un pullover.
- Qu’est-ce que c’est? C’est un sac.
- Est-ce que le sac est grand?
- Non, il n’est pas grand.
- Comment est la sac?
- Il est petit.
จบ Chaptiter I ค่ะ ก็สรุปว่าบทเรียนที่ 1 นี้ประกอบไปด้วยเรื่องของ
- Est-ce que c’est…? Oui, c’est un… or Oui, c’est une… (อันนี้คือ…? ใช่ มันคือ…)
- Est-ce que c’est…? Non, ce n’est pas… Qu’est-ce que c’est? (อันนี้คือ…? ไม่ใช่ มันไม่ใช่… แล้วมันคืออะไร?)
- De quelle couleur est…? (อันนี้สี…?)
- Comment est…? (How is…?)
ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาฝรั่งเศสนะคะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (3) Les couleurs
วันนี้อยากจะอัพเดทเรื่องภาษาฝรั่งเศสหน่อย จริงๆ ตอนนี้เราเรียนไปได้เยอะมากๆ แล้ว อาจารย์แต่ละคนก็ชมว่าก้าวหน้าไวมากๆ แต่จริงๆ เราพูดได้นิดหน่อยและยังฟังรู้เรื่องแค่พวกสนทนาทั่วไป อย่างสวัสดี สบายดีมั้ย ทำอะไรอยู่ แต่อ่านกะเขียนดีหน่อย
เรื่องที่จะเขียนวันนี้เป็นบทเรียนแรกๆ ตอนที่เราเริ่มเรียนนะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสี เริ่มกันเลย
Les couleurs
- Jaune (โจน) สีเหลือง
- Marron (มาคง) หรือ Brun (บคา) สีน้ำตาล (เวลาออกเสียง ค. ต้องออกเสียงค๊ากนะคะ)
- Noir (นัวค) สีดำ
- Blanc (บ๊องซ) สีขาว
- Rouge (คูช) สีแดง
- Bleu (เบลอ) สีฟ้า
- Vert (เวค) สีเขียว
- Gris (กคี) สีเทา
De quelle couleur est…?
ภาษาฝรั่งเศสจะมีการแยกแยะเพศของสิ่งของต่างๆ ถ้าเป็นของที่เป็นเพศชายสีต่างๆ ก็จะเหมือนรายการข้างบน แต่ถ้าเป็นสิ่งของเพศหญิงสีต่างๆ จะเพิ่มตัว e ต่อท้ายยกเว้นบางสีเท่านั้นที่ไม่เติม หรือสีที่มีตัว e ต่อท้ายอยู่แล้ว วันนี้เราจะยกตัวอย่างแค่ 3 รายการต่อเพศนะคะ
สิ่งของเพศชาย
C’est un livre. นี่คือสมุด
Le livre est bleu. สมุดเป็นสีฟ้า
Il est bleu. เขาเป็นสีฟ้า
C’est un stylo. นี่คือปากกาหมึกซึม
Le stylo est rouge. ปากกาหมึกซึมเป็นสีแดง
Il est rouge. เขาเป็นสีแดง
C’est un sac. นี่คือกระเป๋า
Le sac est marron. กระเป๋าเป็นสีน้ำตาล
Il est marron. เขาเป็นสีน้ำตาล
สิ่งของเพศหญิง
C’est une chaise. นี่คือเก้าอี้
La livre est bleue. เก้าอี้เป็นสีฟ้า
Elle est bleue. หล่อนเป็นสีฟ้า
C’est une voiture. นี่คือรถยนต์
La voiture est rouge. รถยนต์เป็นสีแดง
Elle est rouge. หล่อนเป็นสีแดง
C’est une maison. นี่คือบ้าน
La maison est marron. บ้านเป็นสีน้ำตาล
Elle est marron. หล่อนเป็นสีน้ำตาล
EXERCICES
หลังจากนั้นเราก็มาทำแบบฝึกหัดกัน สำหรับคำถามของภาษาฝรั่งเศสก็จะถามได้ 2 แบบนะคะ
แบบที่ 1
Qu’est-ce que c’est? (เกส กือ เซ?) นี่คืออะไร
C’est une chaise. (เซ อึน แชส์) นี่คือเก้าอี้
De quelle couleur est la chaise? (เดอ เคล คูเลอ เอ ลา แชส์?) เก้าอี้เป็นสีอะไร
Elle est bleue. (แอล เล เบลอ) หล่อนเป็นสีฟ้า
Qu’est-ce que c’est?
C’est un stylo.
De quelle couleur est le stylo?
Il est rouge.
Qu’est-ce que c’est?
C’est une maison.
De quelle couleur est la maison?
Elle est marron.
Qu’est-ce que c’est?
C’est un sac.
De quelle couleur est le sac?
Il est marron.
แบบที่ 2
Qu’est-ce que c’est? (เกส กือ เซ?) นี่คืออะไร
C’est un sac. (เซ อ่า แซค) นี่คือกระเป๋า
De quelle couleur est-il? (เดอ เคล คูเลอ เอติน?) เขาเป็นสีอะไร
Il est marron. (อิล เล มาคง) เขาเป็นสีน้ำตาล
Qu’est-ce que c’est?
C’est une chaise.
De quelle couleur est-elle?
Elle est bleue.
จบเรื่องเกี่ยวกับสีนะคะ (ตอนนี้มีรายการทีวีเกี่ยวกับประเทศไทย อิอิ ตื่นเต้นๆ อยากดูค่ะ)
> เมนูโปรดของแฟนตอนนี้ “ลาบเป็ด”
ลาบเป็ดที่จะนำเสนอในวันนี้เป็นสูตรของที่บ้านเราเลยนะ ตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยทำกินเลยเพราะว่าน้องชายเราทำอร่อยมากๆ มาอยู่เบลเยี่ยมแล้วอยากกินก็เลยโทรสายด่วนไปหาน้องชาย เพื่อสอบถามวิธีการทำ และแล้วเมนูนี้ก็กลายเป็นเมนูโปรดของแฟนเราเบียดลาบเนื้อตกเขียงไปเลย มาเริ่มทำกันเลยนะ
ส่วนผสม
- เป็ด 1 ชิ้น
- ตะไคร้ 1 ต้น หั่นฝอย
- กระเทียม 3 กลีบอ้วนๆ สับละเอียด
- พริกป่น
- ข้าวคั่ว
- น้ำปลา
- มะนาว
- ต้นหอมหั่นชิ้นเล็กๆ
วิธีทำ


- นำเป็ดไปย่างพอเหลืองกรอบทั้ง 2 ด้าน
- หั่นเป็ดเป็นชิ้นเล็กๆ พอคำ ระหว่างหั่นก็เอากระเทียมสับและตะไคร้ลงไปเจียวพอหอม
- นำเป็ดที่หั่นแล้วลงไปคั่วอีกรอบพอสุก อย่าให้สุกมากนะคะ เพราะจะไม่อร่อย
- เทใส่ชามผสมแล้วปรุงรสด้วย พริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว โรยด้วยต้นหอมหั่นคนๆ ให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบจ่ะ เรียบร้อยหน้าตาออกมาเป็นเยี่ยงนี้แล

อาหารที่เราทำไม่ใส่ผงชูรสนะ เราเอาผงชูรสไว้ใส่ส้มตำเท่านั้น 555
> อาหารจานโปรดของเรา “ข้าวขาหมู”
จริงๆ อยากจะบอกว่าช่วงนี้คิดแต่เรื่องกิน 555 ขึ้นหมวดหมู่ภาษาฝรั่งเศสไว้แต่เขียนได้แค่ 2 หัวข้อก็ขี้เกียจซะแล้ว 555 แต่เรื่องกินนี่ไม่เคยขี้เกียจที่จะเขียนหรือทำเลย อิอิ
สำหรับวันนี้เราขอนำเสนอจานโปรดของเรา ตอนอยู่ที่เมืองไทยกินบ่อยมากๆ กินจนอ้วนเลยอะ คิดถึงร้านข้าวขาหมูใต้ตึกสิริภิญโญ คุณป้าทำอร่อยถูกใจเรามาก เสียอย่างเดียว คุณป้าชอบลืมคิวของลูกค้า 555
เอาหล่ะพูดมากแล้ว มาเริ่มทำกันเลย
ส่วนผสม
- ขาหมู
- โป๊ยกั๊ก
- อบเชย
- น้ำตาลปึก
- พริกไทย
- กระเทียม
- รากผักชี
- ขิง
- ซีอิ้วดำ
- ผงโกโก้
- เกลือ
- ไข่ต้ม
- ผักกาดดอง
- เห็ดหอม
- น้ำมันหอย
- น้ำมันพืช
- น้ำเปล่า
วิธีทำ


- ทาเกลือให้ทั่วขาหมู ทิ้งไว้สักพัก แล้วถูๆ เพื่อขจัดความคาว หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำร้อน พักไว้สักพักให้สะเด็ดน้ำ
- เปิดเตาอบไฟแรง แล้วนำขาหมูไปอบ ให้มันหมูออกยิ่งเยอะยิ่งดี จะได้ไม่มันมาก อบจนขาหมูเป็นสีเหลือง หรือจนหนังกรอบ หรือตามสะดวกเลยค่ะ (ขอเตือนนะคะ ก่อนอบให้หาอะไรมารองที่ถาดหรือด้านล่างเตาอบด้วยนะคะ กันเตาอบเปื้อน เพราะมันหมูออกมาเยอะมากๆ เลย)
- ตำพริกไทย รากผักชี กระเทียม ขิง รวมกัน
- ตั้งหม้อใส่น้ำมันพืช เจียวเครื่องที่เราตำรวมกันไว้จนหอม แล้วใส่โป๊ยกั๊กและอบเชย ตามด้วยผงโกโก้ประมาณ 1 1/2 ชต. คนๆ ให้เข้ากัน แล้วตามด้วยน้ำเปล่า
- ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ้วดำ น้ำตาลปึก
- ใส่ไข่ต้ม และเห็ดหอมที่แช่น้ำไว้แล้ว
- พอขาหมูได้ที่ก็ใส่ขาหมูลงไป ลดไฟลงเป็นไฟกลาง ตุ๋นจนขาหมูเปื่อยได้ที่ ใส่ผักกาดดองลงไป
- พอตอนจะกินก็หั่นคะน้าหรือบล๊อคโคลี่ลงไปในหม้อตุ๋น แค่พอลวกๆ นะคะ จะได้หวาน กรอบ อร่อยกำลังดี

เห็นแล้วน้ำลายไหล จากรูปเป็นการทำครั้งแรก เค็มไปหน่อย แต่ทำครั้งที่ 2 อร่อยมากๆ ทำแล้วเอาไปฝากแม่แฟนด้วย แม่แฟนชอบมากๆ ด้วย คิดว่าครั้งที่ 3 ที่จะทำก็คงเป็นเร็วๆ นี้เพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซื้อขาหมูมาอีกแล้ววววววว อิอิ
> ติ่มซำตามคำเรียกร้องของคุณแฟน
เริ่มต้นที่รูปกันก่อนนะคะ หน้าตาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เพราะรีบทำมากๆ คนรอกินก็เร่งจริงๆ อิอิ คือกะว่าจะทำกินเที่ยงกว่าจะเสร็จก็เกือบบ่าย 2 คนรอกินก็เลยหิวอะค่ะ แต่ถึงหน้าตาไม่สวยแต่รสชาดดีใช้ได้ค่ะ อันนี้แฟนยืนยันมา อิอิ

จากรูปก็มี หมู+กุ้งสับพันบล็อคโคลี่ เห็ดยัดไส้หมู+กุ้งสับ ขนมจีบกุ้ง ซาลาเปาไส้หมูสับ และหมูห่อสาหร่ายหรือสาหร่ายห่อหมู ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี 555 วิธีการทำนะคะ
ขนมจีบกุ้ง
ส่วนผสม
- หมูสับ 250 กรัม
- กุ้งสับ 250 กรัม
- เกลือ 1/2 ชช.
- ซอสถั่วเหลือง 2 ชต.
- น้ำมันงา 1/2 ชช.
- น้ำตาลทราย 1 ชช.
- แป้งข้าวโพด 1 1/2 ชต.
- พริกไทยป่น 1 ชช.
- ผงฟู 1/8 ชช.
- ที่ขาดไม่ได้คือแผ่นเกี๊ยว
- และกระเทียมเจียว
วิธีการทำ
1. นำส่วนผสมทุกอย่างปั่นรวมกัน (ยกเว้นแผ่นเกี๊ยวและกระเทียมเจียวนะ)
2. ห่อไส้กับแผ่นเกี๊ยว
3. นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 20 นาที หรือจนสุก
4. โรยกระเทียมเจียวแล้วเสริฟร้อนๆ ได้เลยจ้า
ส่วนบล็อคโคลี่เราใช้ไส้ของขนมจีบที่เหลือมาพัน และเห็ดเราดึงก้านออกแล้วเอาไส้ยัดลงไปโรยด้วยต้นหอมหั่น แล้วก็เอาไปนึ่งในน้ำเดือนจัด
ซาลาเปาไส้หมูสับ
ส่วนผสมสำหรับตัวซาลาเปา
- แป้งสาลี 2 1/4 ถ้วย
- น้ำตาล 1/2 ถ้วย
- ผงฟู 3 1/4 ชช.
- นมสด 6 ชต.
- น้ำมันพืช 2 ชต.
- น้ำเปล่า 3 ชต.
วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาลเข้าด้วยกัน ร่อน 3 ครั้ง
2. ทำบ่อตรงกลางแล้วใส่นมและน้ำเปล่าลงไป ค่อยๆ ผสมให้แป้งจับตัวดี
3. ใส่น้ำมันลงไป นวดจนแป้งนุ่มไม่ติดมือ (ประมาณ 15 นาทีได้)
4. คลุมด้วยพลาสติกทิ้งไว้ 1 ชม.
5. ระหว่างรอเราก็ไปทำส่วนของไส้กัน
ส่วนผสมสำหรับไส้ซาลาเปา
- หมูสับ 250 กรัม
- ต้นหอมหั่นเล็กๆ 1/2 ถ้วย
- เห็ดหอมหั่นเล็ก 1/2 ถ้วย
- น้ำมันงา 3/4 ชต.
- ซีอิ้วดำ 1 ชช.
- ซอสถั่วเหลือง 1 ชต.
- ซีอิ้วขาว 1 ชต.
- แป้งข้าวโพด 1/8 ถ้วย
- พริกไทยป่น 1 ชช.
- ไข่แดง 1 ฟอง
วิธีทำ ก็คือขยำๆ ทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วปั่นเป็นก้อนกลม เตรียมห่อกับแป้งซาลาเปา
6. ครบ 1 ชม. โรลแป้งเป็นแท่งยาวประมาณ 16 นิ้ว ตัดก้อนละ 1 นิ้วแล้วปั้นเป็นก้อนกลม
7. รีดแป้งบางๆ แล้วใส่ไส้จับจีบให้สวย (แต่ของเราไม่สวยเลย) แล้ววางบนกระดาษหรือถ้าไม่มีก็วางบนจานก้นตื้นก็ได้แต่ต้องใส่น้ำมันลงไปหน่อยกันซาลาเปาติดจาน
8. นำไปนึ่งในน้ำเดือดจัด ประมาณ 15 นาทีหรือจนสุก
ส่วนหมูห่อสาหร่ายเราเอาไส้ซาลาเปาที่เหลือไปวางบนสาหร่ายที่เอาไว้ทำซูชิ ม้วนๆ แล้วตัด แล้วเอาไปนึ่งในน้ำเดือดจัดเหมือนกัน
> กะหรี่พัฟไส้ไก่
ไม่ได้เขียนเว็บมาหลายวันมากๆ แต่วันนี้ขอพักเรื่องเรียนภาษามาทำกับข้าวก่อนนะ คือเรียนมันก็ยังไปเรียนเหมือนเดิม และก็ได้การบ้านได้งานทำเยอะๆ เหมือนเดิม แต่ขี้เกียจทบทวนบทเรียนก็เลยไม่ได้เข้ามาอัพเดทในนี้
แต่วันนี้ทำกะหรี่พัฟไส้ไก่ แล้วอร่อยมากๆ ก็เลยอยากเอามาเขียนลงไดอารี่หน่อย มาเริ่มกันเลยนะ
ส่วนผสมแป้งชั้นใน
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง (เราใช้น้ำมันมะกอกเพราะที่บ้านมีแต่น้ำมันมะกอก มะกอกก็คือพืชเหมือนกันใช่มะ ฮิๆ)
วิธีทำ
- ผสมส่วนผสมทั้งสองอย่างให้เข้ากัน
- แบ่งเป็นก้อน ก้อนละ 30 กรัม ตามรูปด้านล่างนี้

ส่วนผสมแป้งชั้นนอก
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
- โซดา หรือ sparkling water 1/2 ถ้วยตวง (จริงๆ ในสูตรเขาให้น้ำปูนใส แต่อยู่ไกลบ้านไม่มีน้ำปูนใส เราไปค้นเจอในอินเตอร์เน็ตเขาบอกว่าให้ใช้โซดาแทนได้ เราก็เลยใช้โซดาแทน)
วิธีทำ
1. หลังจากนั้นเทโซดาใส่ในชาม ตามด้วยน้ำตาล เกลือ คนๆ ให้ละลาย แล้วใส่แป้งกะน้ำมันพืชตามลงไป นวดๆ จนเนียน
2. แบ่งก้อนละ 60 กรัม ตามรูปด้านล่าง

3. นำมาแผ่ให้แบน แล้ววางแป้งชั้นในตรงกลาง ห่อแป้งให้มิด

4. นำแป้งที่ได้มารีดให้แบนพอประมาณตามรูป แล้วม้วนแป้งเป็นแท่ง พักไว้ 15-20 นาทีนะคะ (กว่าจะรีดและม้วนทั้งหมดที่มีเวลาก็ผ่านไปประมาณ 20 นาทีได้)

5. หลังจากนั้นนำแป้งมาวางตามแนวตั้งแล้วรีดอีกครั้งแล้วก็ม้วน คราวนี้เราก็จะได้แป้งก้อนอ้วนๆ สั้นๆ นะ เสร็จแล้วพักแป้งไว้ประมาณ 30 นาที (ช่วงระหว่างรอเราก็ไปผัดไส้ไก่กัน)

ไส้ไก่
ส่วนผสม
- ไก่ 250 กรัม หั่นเป็นลูกเต่าขนาดเล็กๆ
- มันฝรั่ง ที่เราใช้ขนาดเท่าไข่ไก่ 6 หัว หั่นเป็นลูกเต่าขนาดเล็กๆ
- หอมหัวใหญ่ 1 หัวครึ่ง สับเป็นชิ้นเล็กๆ
- ผงกะหรี่
- น้ำตาลทราย
- ซอสปรุงรส
- ซิอิ๊วขาว
- เกลือ
- พริกไทยป่น
วิธีทำ
- ผัดหอมสับกับน้ำมันจนหอม
- ใส่ไก่ผัดจนสุก
- ใส่มันฝรั่ง
- ปรุงรสด้วยผงกะหรี่ น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส ซิอิ๊วขาว เกลือ พริกไทยป่น
- ผัดจนมันฝรั่งสุกแล้วก็ทิ้งไว้ให้เย็น

6. เวลามันจะพอดีกันมากๆ เลย หลังจากนั้นเราก็เอาแป้งที่พักไว้มาหั่นเป็น 3 ท่อน หลังจากนั้นก็รีดเป็นแผ่น ไม่หนาและไม่บางเกินไป

7. ทีนี้ก็มาห่อกันเลย วางแป้งที่รีดแล้วบนฝ่ามือ แล้วตักไส้ใส่ตรงกลาง พับครึ่งให้ปลายทั้งสองด้านชนกัน ใช้นิ้วบีบๆ ให้แป้งปิดกันให้สนิทหลังจากนั้นก็ขลิบ อธิบายไม่ถูกอะ เอาเป็นว่าทำเหมือนที่เขาขายอะนะ สวยไม่เท่าก็ไม่เป็นไรเพราะทอดออกมาก็มองไม่ค่อยเห็นแล้วแหละ อิอิ (ไม่ได้ถ่ายรูปตอนห่อเพราะว่ามือเลอะมากๆ )

8. ทีนี้ก็มาทอด ทอดไฟกลาง ทอดพอเหลืองทองสวย (จากรูปด้านบน ที่เห็นเรามีจุดสีแดงๆ คือที่ลูโด้ทำ อิอิ ลูโด้อยากลองทำ เราเลยให้ทำ ก็ได้ผลผลิตออกมาเช่นนี้แล 555)
เรียบร้อย เชิญอร่อยกันได้เลย เราเก็บไว้กินได้ตั้ง 3 วันยังกรอบอร่อยๆ เหมือนเดิม จริงๆ ตอนกินร้อนๆ หรือเย็นๆ ก็อร่อยไม่ต่างกันเลยนะ พูดแล้วน้ำลายไหล หุหุ




leave a comment