> ว่าด้วยเรื่องท้องๆ: 7 Weeks
วันนี้ขอพักเรื่องเรียนมาพูดถึงเรื่องท้องหน่อยนะ หลังจากที่ท้องและแท้งไปแล้วครั้งนึง ตอนนี้เราก็ท้องอีกแล้ว ถ้านับกันจริงๆ วันนี้ก็น่าจะประมาณ 7 สัปดาห์ (อีก 2 วัน) แล้วแหละ ปกติดประจำเดือนเราจะมาประมาณวันที่ 22 และเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมาประจำเดือนไม่มา และวันต่อมาเริ่มแรกเลยคือเจ็บหัวนมและหัวนมใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย (ติดเรทอะป่าว ไม่หรอกเนาะ เพราะเป็นเรื่องธรรมชาตินิ) และตอนเช้าเวียนหัวมาก แต่อาการก็มีคล้ายๆ จะเป็นประจำเดือนคือเดี่ยวปวดหลัง เดี๋ยวปวดท้อง บอกลูโด้ว่าให้ไปซื้อที่ตรวจมาตรวจ ลูโด้ก็บอกให้รออีกนิดนึงดีกว่า ให้มันแน่นอนก่อนแล้วค่อยไปตรวจกับหมอเลย ไม่ต้องไปซื้อที่ตรวจมาตรวจหรอก “แพง” 555 ผ่านไป 4 วัน ปจด. ไม่มาก็เลยไปหาหมอ (พอดีมีนัดไปฉีดวัคซีนกันบาดทะยักด้วย) ให้หมอส่งไปตรวจเลือดที่ รพ. วันเสาร์ก็ไปตรวจเลือด และวันอังคารก็รู้ผลว่า “ท้อง” ทีนี้ก็โทรไปหาสูตินารีแพทย์ได้นัดวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 10.00 น.
และเมื่อถึงวันศุกร์ เราก็ไปหาหมอ จากผลการตรวจเลือดเราท้องประมาณ 6 สัปดาห์ ทีนี้ถึงคราวหมอตรวจ หมอก็ตรวจผ่านช่องคลอดเพราะยังไม่สามารถตรวจผ่านหน้าท้องได้ เราได้เห็นเบบี้ในท้องเล็กๆ นิดเดียวเอง เหมือนกุ้งเลย และได้ยินเสียงหัวใจเต้นตุบๆ ตุบๆ ด้วย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้เอกสารนัดครั้งต่อไป และเอกสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับคนท้อง อ๋อ หมอแนะนำมาว่าผักต้องล้างให้สะอาดมาก พวกเนื้อสัตว์ก็ต้องสุกมากๆ รวมไปถึงไข่ด้วย ห้ามกินชีสต่างๆ ห้ามเล่นกับแมว และลูโด้ต้องทำความสะอาดกระบะอึของแมวทุกๆ 2 วันด้วย อ๋อ ห้ามกินเนื้อแกะหรือเนื้อแพะด้วย
ช่วงนี้เราแพ้ท้องมากๆ (สำหรับเรานะ) คือได้กลิ่นอะไรที่ไม่พึงประสงค์ก็จะอ๊วกทันที อาทิเช่น เวลาเปิดตู้เย็นได้กลิ่นเนื้อสัตว์ก็จะอ๊วก เวลาลูโด้ไปสูบบุหรี่กลับมาเราก็จะอ๊วก ลูโด้ต้องไปล้างปากล้างมือให้เรียบร้อยก่อนเข้ามา ได้กลิ่นลูโด้ก็จะอ๊วก ซึ่งไม่ได้เหม็นอะไรมากนะ แค่กลิ่นตัวธรรมดาๆ
และเมื่อวานมีความสุขมากๆ ได้กินมะม่วงด้วย พอดีอยากกินส้มตำเราก็เลยให้ลูโด้พาไปซื้อมะละกอที่ร้านจีน ปรากฎไปเจอมะม่วงหนึ่งลูกเหลือลูกเดียวลูกสุดท้าย โอ้ยยยยยย น้ำลายไหล (ตอนนี้พิมพ์ๆ อยู่ก็น้ำลายไหล) แต่แพงมากๆ เลยลูกล่ะ 3.89 ยูโร ลูกไม่ได้ใหญ่อะไรเลย แพงกว่ามะละกออีก T_T แต่ก็ต้องตัดใจซื้อ เพราะอยากกินมากๆ
สรุปว่าตอนนี้เราต้องระวังทั้งเรื่องอาหารการกิน การเดินเหินและแมวสุดที่รักก็ห้ามเล่นด้วย วันนี้น้องแมวมาร้องเมี๊ยวๆ ใกล้ๆ อยากขึ้นมานั่งตัก เราก็ได้แต่บอกว่าไม่ๆ ไม่ได้นะมาม๊าท้องเขาห้ามเล่นกับแมว มันก็เดินหนีไป น่าสงสารๆ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน – Grammaire (1) Le présent de l’indicatif : être et avoir…
A: LE VERBE, LES PRONOMS SUJET ET TONIQUE
|
AVOIR (To have) |
ETRE (To be) |
| J’ai 3 ans. (ฉันอายุ 3 ปี) | Je suis jeune. (ฉันเป็นเด็ก) |
| Tu as 10 ans. (คุณอายุ 10 ปี) | Tu es écolier. (คุณเป็นเด็กประถม) |
| Il a 15 ans. (เขาอายุ 15 ปี) | Il est adolescent. (เขาเป็นวันรุ่น) |
| Elle a 15 ans. (หล่อนอายุ 15 ปี) | Elle est adolescente. (หล่อนเป็นวัยรุ่น) |
| On a 15 ans. (เขาอายุ 15 ปี) | On est adolescent. (เขาเป็นวัยรุ่น) |
| Nous avons 18 ans. (พวกเราอายุ 18 ปี) | Nous sommes majeurs (es). พวกเราเป็นรุ่นพี่ |
| Vous avez 40 ans. (คุณ/พวกคุณอายุ 40 ปี) | Vous êtes adulte(s). (คุณ/พวกคุณเป็นผู้ใหญ่) |
| Ils ont 70 ans. (เขาเหล่านั้นอายุ 70 ปี) | Ils sont setraites. (เขาเหล่านั้นเป็นผู้อาวุโส) |
| Elles ont 70 ans. (หล่อนเหล่านั้นอายุ 70 ปี) | Elles sont setraiteses. (หล่อนเหล่านั้นเป็นผู้อาวุโส) |
Attention: Je devient j’ devant ai. (สำหรับ ” Je “ จะเปลี่ยนเป็น ” J’ “ เมื่ออยู่ด้านหน้าสระ (a, e, i, o, u) นอกจากนี้ยังมี y และ h ด้วย)
| PRONOMS TONIQUES | PRONOMS SUJETS | EXEMPLES |
| Moi | Je (J’) | Moi, j’ai 25 ans. |
| Toi | Tu | Et toi, tu es français/e? |
| Lui | Il | Lui, in n’a pas d’enfants. |
| Elle | Elle | Elle, elle est mariée. |
| Nous | Nous | Nous, nous sommes célibataires. |
| Vous | Vous | Vous, vous êtes étudiants(es). |
| Eux | Ils | Eux, ils sont adolescents. |
| elles | Elles | Elles, elles sont sœurs. |
Attention: Le pronom sujet vous s’utilise pour plusieurs personnes (vous collectif) ou pour un personne, homme ou femme (vous de politesse). (สำหรับการใช้ vous จะใช้สำหรับหลายคน หรือคนเดียวก็ได้ ซึ่งเป็นรูปแบบสุภาพ ใช้สำหรับคนที่เรายังไม่รู้จัก ไม่สนิท หรืออายุมากกว่า)
B: IL ST / C’EST
|
IL/ELLE EST |
IL/ELLE EST |
C’EST |
C’EST |
| Il est célèbre. | Elle est écrivain. | C’est un écrivain : | C’est Sophie. |
| Elles sont russes. | Ils sont professeurs. | Ce sont des Anglais. | C’est Monsieur Leroux. |
Attention: Pour la nationalité, l’adjectif commence par une lettre minuscule.
Exemple: Ils sont français, elles sont suisses.
Le nom commence par une lettre majuscule.
Exemple: Les Français, les Suisses.
(สำหรับสัญชาติจะขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเล็ก ยกตัวอย่าง Ils sont français, elles sont suisses.
แต่ถ้าเป็นชื่อประเทศจะขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ ยกตัวอย่าง Les Français, les Suisses.)
จบแล้วสำหรับบทที่ 1 ซึ่งจริงๆ เขาจะมีแบบฝึกหัดให้ทำเยอะมาก แต่ขี้เกียจพิมพ์มากๆ เอาไว้วันไหนไม่ขี้เกียจจะมาอัพเดททีหลังนะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (11) Où? Quel…? Quelle…? Comment…?
Où? Quel…? Quelle…? Comment…?
จากหัวข้อก็จะเกี่ยวกับ ที่ไหน อะไร อย่างไรนะคะ
- Où? / อู / ที่ไหน
- Quel…? / เคล / อะไร (สำหรับเพศชาย)
- Quelle…? / เคล-เลอ / อะไร (สำหรับเพศหญิง)
- Comment…? / คมมอง /อย่างไร
เรามาเริ่มต้นกันที่ Où? ก่อนเลยนะคะ
- Sur / ซือ-ค / บน
- Derrière / เดคคิเย / ด้านหลัง
- Dans / ดอง / ข้างใน
- Sous / ซูค-ซ / ด้านล่าง
- Devant / เดอวอง / ด้านหน้า
เรามาดูประโยคตัวอย่างกันนะคะ
- La souris est sur la table. หนูอยู่บนโต๊ะ
- L’arbre est derrière la maison. ต้นไม้อยู่หลังบ้าน
- Les livres sont dans le sac. หนังสืออยู่ในกระเป๋า
- Le chat est sous la table. แมวอยู่ด้านล่างโต๊ะ
- La bicyclette est devant la voiture. จักรยานอยู่ด้านหน้ารถยนต์
ทีนี้ก็มาต่อกันด้วย Quel…? / Quelle…? Comment…? กันเลยนะคะ
ของเพศชาย – หนังสือเล่มเล็กสีแดง กับหนังสือเล่มใหญ่สีฟ้า
Q: Quel livre est rouge?
A: Le petit livre est rouge.
Q: Quel livre est bleu?
A: Le grand livre est bleu.
ของเพศหญิง – บ้านหลังเล็กสีขาว กับบ้านหลังใหญ่สีเหลือง
Q: Quelle maison est blanche?
A: La petite maison est blanche.
Q: Quelle maison est jaune.
A: La grande maison est jaune.
จริงๆ ในแต่ละบทเรียนจิ๋วต้องทำการบ้านเยอะมากๆ แต่ไม่สามารถที่จะเอามาพิมพ์ในนี้ได้หมดนะคะ และหลังจากจบบทเรียนนี้แล้วอาจารย์ก็ให้จิ๋วข้ามไปเรียนเกี่ยวกับแกรมม่าค่ะ ดังนั้นบทเรียนหน้าเราจะเริ่มเรียนแกรมม่ากันเลยนะคะ
แล้วเจอกันใหม่ค่ะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (10) Singulier et pluriel.
ขึ้นบทเรียนที่ 4 แล้วนะคะ สำหรับบทเรียนนี้หน้าแรกเลยเขาพูดเกี่ยวกับเอกพจน์ (Singulier) และพหูพจน์ (Pluriel) ค่ะ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร มาเริ่มกันเลยค่ะ
สิ่งของเพศชาย
รูปหนังสือสีฟ้า 1 เล่ม
C’est un livre.
Le livre est bleu.
รูปหนังสือสีฟ้า 2 เล่ม
Ce sont des livres.
Les livres sont bleus.
สิ่งของเพศหญิง
รูปโต๊ะสีเหลือง 1 ตัว
C’est une table.
La table est jaune.
รูปโต๊ะสีเหลือง 2 ตัว
Ce sont des tables.
Les tables sont jaunes.
จากตัวอย่างข้างบนมีอะไรที่แตกต่างกันดังนี้
|
Singulier |
Pluriel |
| Est | Sont |
| Un | Des |
| Livre | Livres |
| Le | Les |
| Bleu | Bleus |
| Une | Des |
| Table | Tables |
| La | Les |
| Jaune | Jaunes |
สำหรับความแตกต่างนั้นเราจะมีอธิบายในบทเรียนต่อๆ ไปนะคะ วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (9) Les jours, les mois et les saisons
Les jours de la semaine.
(Jour = Day, Semain = Week)
สำหรับวันต่างๆ ในหนึ่งสัปดาห์ของภาษาฝรั่งเศสมีดังนี้ค่ะ
| Lundi | แลดิ | วันจันทร์ |
| Mardi | มาคดิ | วันอังคาร |
| Mercredi | แมคเคอดิ | วันพุธ |
| Jeudi | จูดิ | วันพฤหัส |
| Vendredi | วองเทอดิ | วันศุกร์ |
| Samedi | ซามดิ | วันเสาร์ |
| Dimanche | ดิมองเซอ | วันอาทิตย์ |
Les mois de l’année.
(Mois = Month, Année = Year)
สำหรับเดือนต่างๆ ในหนึ่งปีของภาษาฝรั่งเศสมีดังนี้ค่ะ
| Janvier | จองวิเย | มกราคม |
| Février | เฟฟวคิเย | กุมภาพันธ์ |
| Mars | มาคซ์ | มีนาคม |
| Avril | อาวคิล | เมษายน |
| Mai | เม | พฤษภาคม |
| Juin | จูอา | มิถุนายน |
| Juillet | จูอิเย | กรกฎาคม |
| Août | อุ๊ดท์ | สิงหาคม |
| Septembre | เซฟตองเบอ | กันยายน |
| Octobre | อ๊อคโตเบอ | ตุลาคม |
| Novembre | โนวอมเบอ | พฤศจิกายน |
| Décembre | เดซอมเบอ | ธันวาคม |
Tip: เวลาออกเสียง “เบอ” ของเดือนต่างๆ ที่ลงท้ายด้วย “เบอ” ให้ออกเบาๆ เหมือนจะไม่ออก แต่ก็ออก หุหุ งงมั้ย
มาต่อกันด้วยช่วงเวลาของแต่ละวันนะคะว่าเขาเรียกว่าอะไรกันบ้าง
- Le matin / เลอ มาตา / ตอนเช้า
- Midi / มิติ / ตอนกลางวัน
- L’après-midi / ลาเพ-มิดิ / ตอนบ่าย
- Le soir / เลอ ซัว / ตอนเย็น
- La nuit / ลา นุย / ตอนกลางคืน
Les saisons
ฤดูกาลต่างๆ มีทั้งหมด 4 ฤดูด้วยกันดังนี้ค่ะ
- Le printemps / เลอ พคาตอง / ฤดูใบไม้ผลิ
- L’été / เลเต / ฤดูร้อน
- L’automne / โลต้น / ฤดูใบไม้ร่วง
- L’hiver / ลิเว-ค / ฤดูหนาว
จบบทเรียนที่ 3 แล้วค่ะ เย้ๆ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (8) Quelle heure est-il?
Quelle heure est-il?
อ่านว่า เคล เลอ เอ-ติล? แปลว่า กี่โมงแล้ว
ในภาษาฝรั่งเศสเวลาถามเวลาจะมีวิธีการบอก 2 แบบด้วยกัน
แบบที่ 1
6 น. 20 นาที หรือ 18 น. 20 นาที
Q: Quelle heure est-it?
A: Il est six heures vingt. (6 น. 20 นาที )
A: Il est dix-huit heures vingt. (18 น. 20 นาที)
แบบที่ 2
3 น. 50 นาที
Q: Quelle heure est-it?
A: Il est quatre heures moins dix. (อีก 10 นาทีจะ 4 โมง)
จริงๆ ก็เหมือนกับภาษาไทย หรือภาษาอื่นๆ เนาะ หุหุ วันนี้สั้นๆ นะคะ
> ครีมไข่และมะนาว
สำหรับเมนูวันนี้เป็นขนมหวานนะคะ เราไปได้สูตรมาจากหนังสือเล่มหนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส แล้วแฟนแปลให้อีกที แต่เราก็มีการเปลี่ยนสูตรนิดหน่อยให้เข้ากับของที่มีอยู่ ตอนทำครั้งแรกอร่อยมากๆ ทำไปให้เพื่อนๆ และอาจารย์ที่โรงเรียนสอนภาษาชิมด้วย ทุกคนชอบมากๆ วันนี้เราอยากกินอีกก็เลยทำอีก มาเริ่มกันเลยนะคะ

ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- นมสด 1/2 ลิตร
- น้ำตาลวนิลา 1 ชช.
- น้ำมะนาว 1 ชช.
- ผิวมะนาวนิดหน่อย
- น้ำตาล 50 กรัม
วิธีทำ

- อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาทิ้งไว้
- หั่นผิวมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ

- อุ่นนมกับน้ำตาลวนิลาแล้วพักไว้
- นำผิวมะนาวลวกในน้ำเดือดจัด 1 นาที กรองเอาน้ำออก แล้วเทใส่ในนม

- ตีไข่ตามด้วยน้ำตาลแล้วเทลงผสมกับนม (นมต้องไม่ร้อนมากนะเพราะเดี๋ยวจะทำให้ไข่สุกค่ะ) คนๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี
- ไส่น้ำมะนาวลงไป คนๆ อีกรอบ

- เตรียมภาชนะทนความร้อนที่ใช้ได้ในเตาอบนะ แล้วใส่น้ำประมาณครึ่งหนึ่ง
- ตักส่วนผสมที่เราทำไว้ลงในถ้วยใบเล็กๆ แล้ววางลงในภาชนะข้างต้น

- นำเข้าเตาอบ ตั้งเวลาไว้ที่ 30 นาที เรียบร้อยแล้วก็ทิ้งให้เซ็ทตัวในเตาอบก่อนนะคะ

- เรียบร้อยแล้วจ่ะ ทิ้งไว้ให้เย็น จะเสริฟทันทีหรือนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้กันได้ประมาณ 2 วันจ่ะ (ที่เห็นไหม้ๆ จริงๆ ไม่เป็นไรนะคะ ถ้าไม่ไหม้มาก พอดีเตาอบที่บ้านมุมนั้นจะไหม้เร็วกว่าปกติ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน)

ซูมๆ อีกนิดนึง

เอ้าซุมอีกหน่อยจะได้เห็นกันชัดๆ ว่าเนื้อครีมเป็นยังงัย ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ อร่อยและง่ายมากๆ ด้วยนะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (7) Les chiffres et les nombres
Les chiffres et les nombres (The numbers)
สำหรับตัวเลขในภาษาฝรั่งเศสของประเทศเบลเยี่ยมนั้นจะแตกต่างจากของฝรั่งเศสแท้ๆ ตรง 70-79 และ 90-99 ค่ะ
| 0 | Zéro | เซโค |
| 1 | Un | อ่า |
| 2 | Deux | ดือ |
| 3 | Trois | ทัว |
| 4 | Quatre | กัทค |
| 5 | Cinq | แซง |
| 6 | Six | ซิท |
| 7 | Sept | เซพ |
| 8 | Huit | วิต |
| 9 | Neuf | เนิฟ |
| 10 | Dix | ดิท |
| 11 | Onze | อ๊งซ |
| 12 | Douze | ดูทซ |
| 13 | Treize | ทเคทซ |
| 14 | Quatorze | กัทโต๊ทซ |
| 15 | Quinze | ก๊านซ |
| 16 | Seize | เซทซ |
| 17 | Dix-sept | ดิท-เซพ |
| 18 | Dix-huit | ดิท-วิต |
| 19 | Dix-neuf | ดิท-เนิฟ |
| 20 | Vingt | แวง |
| 21 | Vingt et un | แวง เอ อา |
| 22 | Vingt-deux | แวง-ดือ |
| 23 | Vingt-trois | แวง-ทัว |
| 24 | Vingt-quatre | แวง-กัทค |
| 25 | Vingt-cinq | แวง-แซง |
| 26 | Vingt-six | แวง-ซิท |
| 27 | Vingt-sept | แวง-เซพ |
| 28 | Vingt-huit | แวง-วิต |
| 29 | Vingt-neuf | แวง-เนิฟ |
| 30 | Trente | ทคองท์ |
| 31 | Trente et un | ทคองท์ เอ อา |
| 32 | Trente-deux | ทคองท์-ดือ |
| 33 | Trente-trois | ทคองท์-ทัว |
| 34 | Trente-quatre | ทคองท์-กัทค |
| 35 | Trente-cinq | ทคองท์-แซง |
| 36 | Trente-six | ทคองท์-ซิท |
| 37 | Trente-sept | ทคองท์-เซพ |
| 38 | Trente-huit | ทคองท์-วิต |
| 39 | Trente-neuf | ทคองท์-เนิฟ |
| 40 | Quarante | กาคองท์ |
| 41 | Quarante et un | กาคองท์ เอ อา |
| 42 | Quarante-deux | กาคองท์-ดือ |
| 43 | Quarante-trois | กาคองท์-ทัว |
| 44 | Quarante-quatre | กาคองท์-กัทค |
| 45 | Quarante-cinq | กาคองท์-แซง |
| 46 | Quarante-six | กาคองท์-ซิท |
| 47 | Quarante-sept | กาคองท์-เซพ |
| 48 | Quarante-huit | กาคองท์-วิต |
| 49 | Quarante-neuf | กาคองท์-เนิฟ |
| 50 | Cinquante | แซงกองท์ |
| 51 | Cinquante et un | แซงกองท์ เอ อา |
| 52 | Cinquante-deux | แซงกองท์-ดือ |
| 53 | Cinquante-trois | แซงกองท์-ทัว |
| 54 | Cinquante-quatre | แซงกองท์-กัทค |
| 55 | Cinquante-cinq | แซงกองท์-แซง |
| 56 | Cinquante-six | แซงกองท์-ซิท |
| 57 | Cinquante-sept | แซงกองท์-เซพ |
| 58 | Cinquante-huit | แซงกองท์-วิต |
| 59 | Cinquante-neuf | แซงกองท์-เนิฟ |
| 60 | Soixante | ซัวซองท์ |
| 61 | Soixante et un | ซัวซองท์ เอ อา |
| 62 | Soixante-deux | ซัวซองท์-ดือ |
| 63 | Soixante-trois | ซัวซองท์-ทัว |
| 64 | Soixante-quatre | ซัวซองท์-กัทค |
| 65 | Soixante-cinq | ซัวซองท์-แซง |
| 66 | Soixante-six | ซัวซองท์-ซิท |
| 67 | Soixante-sept | ซัวซองท์-เซพ |
| 68 | Soixante-huit | ซัวซองท์-วิต |
| 69 | Soixante-neuf | ซัวซองท์-เนิฟ |
| 70 | Septante | เซพตองท์ |
| 71 | Septante et un | เซพตองท์ เอ อา |
| 72 | Septante-deux | เซพตองท์-ดือ |
| 73 | Septante-trois | เซพตองท์-ทัว |
| 74 | Septante-quatre | เซพตองท์-กัทค |
| 75 | Septante-cinq | เซพตองท์-แซง |
| 76 | Septante-six | เซพตองท์-ซิท |
| 77 | Septante-sept | เซพตองท์-เซพ |
| 78 | Septante-huit | เซพตองท์-วิต |
| 79 | Septante-neuf | เซพตองท์-เนิฟ |
| 80 | Quatre-vingt | กัทค-แวง |
| 81 | Quatre-vingt et un | กัทค-แวง เอ อา |
| 82 | Quatre-vingt-deux | กัทค-แวง-ดือ |
| 83 | Quatre-vingt-trois | กัทค-แวง-ทัว |
| 84 | Quatre-vingt-quatre | กัทค-แวง-กัทค |
| 85 | Quatre-vingt-cinq | กัทค-แวง-แซง |
| 86 | Quatre-vingt-six | กัทค-แวง-ซิท |
| 87 | Quatre-vingt-sept | กัทค-แวง-เซพ |
| 88 | Quatre-vingt-huit | กัทค-แวง-วิต |
| 89 | Quatre-vingt-neuf | กัทค-แวง-เนิฟ |
| 90 | Nonante | โนนองท์ |
| 91 | Nonante et un | โนนองท์ เอ อา |
| 92 | Nonante-deux | โนนองท์-ดือ |
| 93 | Nonante-trois | โนนองท์-ทัว |
| 94 | Nonante-quatre | โนนองท์-กัทค |
| 95 | Nonante-cinq | โนนองท์-แซง |
| 96 | Nonante-six | โนนองท์-ซิท |
| 97 | Nonante-sept | โนนองท์-เซพ |
| 98 | Nonante-huit | โนนองท์-วิต |
| 99 | Nonante-neuf | โนนองท์-เนิฟ |
| 100 | Cent | ซอง |
| 1000 | Mille | มิลล์ |
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (6) Le verbe etre
สำหรับวันนี้ขอนำเสนอบทเรียนที่ 3 (Chapitre III) สำหรับบทเรียนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Verb to be นะคะ
แนะนำตัว
Jean: Je suis francais. ฉันเป็นคนฝรั่งเศส
Deng: Nous somes chinois. พวกเราเป็นคนจีน (Deng มากับ Lin สองคน)
Jean: Il est chinois. Elle est chinoise.
Jean: Richard, vous êtes anglais? ริชาร์ด คุณเป็นคนอังกฤษใช่หรือไม่ (ในกรณีที่ถามคนที่อายุมากกว่า)
Richard: Oui, je suis anglais.
Jean: John, tu es anglais aussi? จอห์น คุณก็เป็นคนอังกฤษเหมือนกันใช่หรือไม่ (ในกรณีที่ถามคนที่อายุน้อยกว่าหรือเท่ากัน)
John: Oui, je suis anglais aussi.
Jean: Vous êtes américains? คุณสองคนเป็นคนอเมริกันใช่หรือไม่
Ted: Oui, nous sommes américains. ใช่ เราสองคนเป็นคนอเมริกัน
Jean: Ils sont américains. เขาสองคนเป็นคนอเมริกัน
สรุปนะคะ
Le verbe etre (Verb to be)
- Je suis (I am)
- Tu es (You are)
- Il est (He is)
- Elle est (She is)
- Nous sommes (We are)
- Vous êtes (You are)
- Ils sont (They are) ผู้ชายตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือหนึ่งชายหนึ่งหญิง หรือผสมกันแต่มากว่า 1 คน
- Elles sont (They are) ผู้หญิงตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
จบสำหรับในส่วนของ Verb to be นะคะ แต่ยังไม่จบบทเรียนที่ 3 นะคะ
> มาเรียนภาษาฝรั่งเศสกัน (5) Qui est-ce?
วันนี้เราขึ้นบทเรียนที่ 2 (Chapitre II) กันแล้วนะคะ บทเรียนแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งของ สำหรับบทเรียนนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนค่ะ ประมาณว่า คนนี้คือใคร? เขาหรือหล่อนทำอาชีพอะไร? และเขาหรือหล่อนมีลักษณะเป็นอย่างไร? มาเริ่มกันเลยนะคะ
Qui est-ce? (กี เอส?) นั่นใคร
- C’est Jean
- C’est Deng
- C’est Ted
- C’est Richard
- C’est John
- C’est Lin
- C’est Betty
- C’est Klaus
- C’est Monika
แล้วก็มาต่อกันที่คำถามเกี่ยวกับคนนะคะ ตามรายชื่อด้านบนใน sheet ที่อาจารย์แจกจะมีรูปของคนๆ นั้นด้วย แล้วพอเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำถามเขาก็จะเอารูปมาโชว์แล้วก็ถามเราว่าคนนี้คือใคร
Est-ce que c’est Richard? นั่นคือริชาร์ดใช่หรือไม่?
Non, ce n’est pas Richard. ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ริชาร์ด
Qui est-ce? แล้วนั่นใคร?
C’est John. นั่นคือจอห์น
Est-ce que c’est Klaus?
Non, ce n’est pas Klaus.
Qui est-ce?
C’est Deng.
มาต่อกันที่สัญชาตินะคะ
De quelle nationalité est…?
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Les professions.
Que fait…?
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Comment est-il? (How is he?)
Comment est-elle? (How is she?)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
จบสำหรับบทเรียนที่ 2 นะคะ




leave a comment